สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านจริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นหนึ่งที่คิดจะเขียนนานอยู่พอควรแต่ไม่ได้เขียน จนกระทั่งเริ่มได้เห็นบทความหรือคำพูดที่บอกว่า “Token นั้นไม่ใช่ Cryptocurrency” ……. (ถอนหายใจแรงๆ แล้วหยิบยาดมมาสูดแปป) ซึ่งจริงๆแล้วประโยคนี้เป็นการสร้างความกำกวมมากจริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่จะบอกแบบนั้น เพราะมันขึ้นกับความตีความในรูปแบบต่างๆ ซึ่งบทความนี้จะมาสารธยายให้ฟังกัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!
ทุกอย่างคือหน่วยทางบัญชี
ก่อนอื่นอย่างแรกที่อยากจะท่าผู้ทำความเข้าเข้าใจก่อนว่า Cryptocurrency รวมถึง Token ทุกประเภทบนโลกนั้นคือพื้นฐานคือ “ตัวเลขทางบัญชีแบบหนึ่ง” การที่เราบอกว่าผมมี Bitcoin จำนวน 1 Bitcoin นั้นไม่ได้แปลว่าผมมีข้อมูล Bitcoin ที่เป็นเหรียญในรูปแบบดิจิทัล
แต่มันคือการที่เราเข้าไปดูข้อมูลบัญชีที่เป็น Blockchain ว่าเรามีเงินเข้าเงินออกเท่าไหร่ และกลายเป็นคำตอบทางบัญชีว่าเรามี Bitcoin เท่าไหร่ แท้จริงแล้ว Bitcoin ไม่ได้มีรูปร่างอะไรเลยทั้งในโลกความจริงและโลกดิจิทัลเพราะมันคือ “คำตอบทางบัญชี” (อาจจะมีบางคนที่ตีความว่าคำตอบนี้แหละคือรูปร่างของมันก็แล้วแต่)
จุดกำเนิดของคำว่า Cryptocurrency
คำว่า Cryptocurrency ไม่มีการบันทึกไว้ว่าใครเป็นคนเอ่ยถึงคนแรก แต่ในฟอรั่ม Bitcointalk นั้นมีการพูดคุยและคาดว่ามันมาจาก Bitcoin.org ที่ตั้งหัวข้อโพสว่า Bitcoin P2P Cryptocurrency ซึ่งน่าจะเป็นตัว Satoshi เองที่บัญญัติคำนี้ขึ้นมา
คำว่า Cryptocurrency นั้นมากจากคำว่า Cryptography + Currency โดยรวมแล้วแปลว่า สกุลเงินที่ถูกเข้ารหัส มันคือสกุลเงินที่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสอย่าง Cryptography เป็นพื้นฐานซึ่งถ้าเรามองในแง่นี้แล้ว อาจจะมี Cryptocurrency ที่เกิดก่อน Bitcoin จากกลุ่มของ Cypherpunk ไม่ว่าจะ Digicash B-money หรือแม้แต่ Hashcash ก็อาจจะเข้าข่าย Cryptocurrency เช่นกัน
Token คืออะไร?
ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าในวงการ Crytocurrency นั้นเริ่มใช้คำว่า Token เมื่อไหร่ มีบางโปรเจคต์ในยุคแรกเริ่มไม่ว่าจะเป็นตัวเหรียญที่ใช้คำว่า Token เข้ามาปน จนกระทั่งได้ Ethereum นั้นถือกำเนิดขึ้นในปี 2014 และหนึ่งในสิ่งที่ Ethereum สามารถทำได้คือการออกเหรียญที่ชื่อว่า Erc-20 Token
ERC-20 นั้นจริงๆเป็นแค่มาตรฐานรูปแบบหนึ่งในการสร้าง Token บน Ethereum แต่มันได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนกระทั้งมีโปรเจคต์จำนวนนับไม่ถ้วนนั้นทำการสร้างเหรียญออกมาทำให้เหรียญเหล่านั้นถูกเรียนกว่า “Token”
จนกระทั่ง Coinmarketcap นั้นได้ทำการแยกเมนูของเหรียญออกมาเป็น Token นอกเหนือจาก Cryptocurrency ทำให้ความหมายของ Token นั้นกลายเป็นว่า “เหรียญที่ไม่ได้มี Blockchain เป็นของตัวเอง เพียงแค่อาศัย Blockchain ของคนอื่นๆเท่านั้น”
ในบางกรณีเราจะเห็นว่า Token นั้นกลับไปเป็น Cryptocurrency อย่างเช่น EOS ที่ตอนแรกออกเหรียญเป็น Erc-20 ก่อนจะสร้าง Blockchain ของตัวเองและเอาเหรียญมาไว้บน Blockchain ของตัวเอง เพราะฉะนั้น
- Cryptocurrency คือเหรียญที่มี Blockchain เป็นของตนเอง
- Token คือเหรียญที่ไม่มี Blockchain เป็นของตัวเอง
การตีความจากธุรกิจและ พรก. สินทรัพย์ดิจิทัล
จากที่กล่าวมาทั้วหมดนั้นถ้าเราดูจากเทคโนโลยีพื้นฐาน Cryptocurrency กับ Token นั้นแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย แต่การที่โปรเจคต์ที่ระดมทุนจำนวนมากใช้ ERC-20 Token ทำให้กลายเป็นแนวคิดที่กลายเป็นจุดขายที่ว่า
“Token นั้นต่างจาก Cryptocurrency ตรงที่มันมีมูลค่าผูกกับโปรเจคต์และธุรกิจ ส่วน Cryptocurrency ไม่มีพื้นฐานมูลค่าใดๆ”
และแน่นอนว่าในโลกที่มีคนมากมายที่ไม่เข้าใจแนวคิดของ Bitcoin และ Crytocurrency ประโยคเหล่านี้นั้นกลายเป็นว่ามันขายได้เสียด้วยจนกระทั่งเราได้เห็นการแบ่งประเภทใน พรก. สินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อปี 2018
พรก. สินทรัพย์ดิจิทัลในการแบ่งประเภทของ Cryptocurrency และ Token
ในแง่ของหน่วยงานกำกับมันนเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องหาคำเพื่อตีความออกมาในภาษากฎหมายทำให้ พรก. สินทรีพย์ดิจิทัลได้กำหนดความหมายไว้ดังนี้
“คริปโทเคอร์เรนซี” หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือ เครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงหน่วยข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
“โทเคนดิจิทัล” หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบหรือเครือข่าย อิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
(๑) กําหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใด ๆ
(๒) กําหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ ตามที่กําหนด ในข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ และให้หมายความรวมถึงหน่วยแสดงสิทธิอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด
ตรงนี้เราจะเห็นได้ถึงความพยายามตีความของหน่วยงานกำกับเราจะเห็นถึงความกำกวมอยู่บ้าง ถ้าให้อธิบายง่ายๆก็คือ
- Cryptocurreny ส่วนใหญ่อย่าง นั้นที่น่าจะมีแนวคิดในการเป็นสกุลเงินถือเป็น “คริปโทเคอเรนซี่”
- ถ้าเป็นเหรียญที่ผูกกับธุรกิจบริการสินทรัพย์หรือเกิดจากการระดมทุนมันคือ Token
- นอกเหนือจากนี้เกิดจากการตีความของ กลต.
จริงๆมันก็มีความกำกวมอยู่มากยกตัวอย่างเช่น
- Ethereum นั้นก็เกิดจากการระดมทุนแต่ถือเป็น Cryptocurrency
- USDT นั้นถือเป็น Token ที่เกิดจากการระดมทุนเหรียญอยู่บน Omni แต่จุดประสงค์นั้นเพื่อเป็นสกุลเงินที่อาจเข้าข่าย Cryptocurrency
การแบ่งประเภทของ Token จาก กลต.
ใน พรก สินทรพย์ดิจิทัลนั้นไม่ได้มีการกล่าวถึงการแบ่งประเภทของ Token อย่าง Utility Token,Investment Token หรือ Security Token แต่อย่างใดแต่เกิดจากการแบ่งประเภทโดย กลต. โดยแบ่งประเภท Token ออกเป็น 2 ชนิดคือ
- Investment token หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิของบุคคลในการร่วมลงทุน
- Utility Token หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าและ บริการหรือสิทธิอื่นๆ
ตามที่กล่าวไปด้านบนนั้นจะอยู่ภายใต้กรอบของ Token ในส่วนของ Security Token นั้นยังไม่ได้มีการประกาศนิยามอย่างชัดเจนเป็นเอกสารจาก กลต. เป็นเพียงแนวคิดที่พูดกันเท่านั้น
โดย Security Token นั้นคือหลักทรัพย์ในรูปแบบ Token แต่การตีความทางกฎหมายแล้ว Security Token ปัจจุบันอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และยังไม่ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ Token
สรุป
เดิมทีนั้น Cryptocurrency กับ Token นั้นไม่มีอะไรต่างกัน แต่อาจจะมีการตีความที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะ สิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อคืออย่าให้คำว่า Cryptocurrency หรือ Token มาเป็นสิ่งที่เป็นคำพูดสวยหรูเพื่อการโฆษณาในการลงทุน ศึกษาด้วยตัวเองให้ดีก่อนการตัดสินใจ อย่าให้เหมือนกันเหรียญ Token ที่บอกว่าจะมาฆ่า bitcoin แต่กลายเป็นแชร์ลูกโซ่








