ยอดผู้เข้าชม : 2,011

มารู้จักกับ Wallet กระเป๋าที่จะช่วยจัดเก็บเงินดิจิทัลของคุณให้เป็นที่เป็นทาง

วันนี้ผมซื้อชานมไข่มุกหนึ่งแก้วด้วยราคา 40 บาท ผมก็หยิบธนบัตรยี่สิบบาทจำนวน2ใบออกมาจากกระเป๋าสตางค์ของผมเพื่อจ่ายเงิน ใช่แล้วเงินที่ทุกๆคนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ก็ถูกเก็บไว้ในกระเป็าสตางค์เพื่อความสะดวกในการใช้ของเรา แล้วถ้าเป็นเหรียญดิจิทัลละ เหรียญพวกนั้นมันถูกเก็บไว้ที่ไหน คุณเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่า  ในวันนี้ผมจะมาอธิบายให้คุณฟังว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลนั้นคืออะไรและรูปแบบการทำงานของมันเป็นอย่างไร

wallet คืออะไร

ใน wallet มีองค์ประกอบ2สิ่งที่สำคัญ  

  1. Address เปรียบเสมือนเลขที่บัญชีธนาคารซึ่งจะเป็นชุดรหัสตัวเลขที่ยาว ชุดหนึ่งที่จะถูกใช้เป็นที่อยู่ในการโอนเงิน
  2. Private key หรือลายเซ็นเจ้าของบัญชี เจ้าสิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกความเป็นเจ้าของ Wallet เปรียบเสมือนกับรหัสผ่านของบัญชีในการใช้ยืนยันตัวตน

วิธีใช้งานคือคุณแค่ต้องให้เลขที่บัญชีหรือ Address ของคุณให้แก่ผู้อื่นเพื่อที่เขาจะสามารถโอนเงินดิจิตัลเข้ามายังบัญชีคุณได้ แต่ห้ามให้ใครรู้ Private key ของคุณเด็ดขาดเพราะมันจะเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณคือเจ้าของ wallet นี้นั่นเอง

 

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า แล้วความแตกต่างของ Wallet กับบัญชีธนาคารทั่วไปเป็นอย่างไรหล่ะ? บัญชีธนาคารจะสามารถถูกอายัดหรือระงับการทำธุรกรรมเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าธนาคารตรวจสอบว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นใน ซึ่งต่างกับ wallet ที่คุณเป็นคนเดียวที่มีเจ้า private key แสดงให้เห็นว่าคุณคือเจ้าของบัญชีที่แท้จริง ไม่มีใครสามารถขัดขวางหรือรบกวนการทำธุรกรรมของคุณได้นั่นเอง

 

วิธีการเช็คจำนวนเงินใน Address ของคุณ

เราจะทำการเช็คยอดเงินผ่านเว็ป https://blockexplorer.com/ โดยวิธีเช็คง่ายๆคือนำ address ไปกรอกในแถบว่างด้านบนซ้ายมือคุณ

 

เมื่อคุณกรอกเสร็จแล้วสิ่งที่ได้มาจะเป็นตามรูปภาพนี้

ตัว Address จะถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะชนแต่คุณไม่ต้องกังวลว่ามันอาจจะสุ่มเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัยเพราะสิ่งที่ทุกๆคนเห็นนั้นก็เป็นแค่บัญชีหนึ่งที่ระบุการทำธุรกรรมเอาไว้ ไม่ใช่ private key ที่ถูกเปิดเผยซะหน่อยไม่ต้องกังวลไป

 

ในความเป็นจริงแล้ว Address ไม่ใช่แหล่งที่เก็บเจ้าเหรียญดิจิตัลจริงๆ มันเป็นแค่รายการโชว์การบันทึกธุรกรรมต่างๆเฉยๆ แต่สิ่งที่เก็บเหรียญเอาไว้คือ ledger หรือบัญชีของ blockchain ที่ทุกๆคนถือครอบครองเอาไว้ตรวจสอบว่าใครโอนเหรียญให้ใครเท่าไหรบ้าง เมื่อเกิดการทำธุรกรรม ระบบจะไม่คำนวณยอดรวมให้กับคุณ แต่จะนำทุกๆยอดมาบวกรวมกันใหม่เพื่อป้องกันการคำนวณที่ผิดพลาดจากยอดรวมแล้วๆ ยกตัวอย่างเช่น  นายเอได้รับบิทคอยน์มาครั้งแรก 10 เหรียญ ครั้งที่สอง 15 เหรียญ และครั้งที่สาม 25 เหรียญ เมื่อเขาต้องการโอนให้ผู้อื่น 30 เหรียญ ระบบจะทำการเช็คยอดใหม่เสมอโดยนำยอดที่ได้รับมาบวกกันก่อน 10+15+25=50 แล้วนำมาลบกับยอดที่โอนออกคือ 50-30=20 เป็นต้น

 

Wallet ในปัจจุบันมีรูปแบบของการเก็บที่แตกต่างมากมาย

Hot Wallet หรือ Wallet บน online network

Wallet ประเภทนี้จะถูกสร้างลงบน web browser พูดง่ายๆคือมันจะไม่ได้ถูกเก็บบันทึกในอุปกรณ์ที่เราใช้แต่จะอยู่ใน web browser นั้นๆที่สร้างบัญชีเราขึ้นมา ดังนั้น private key จึงถูกเก็บโดยเจ้าของ web browser นั้นๆ ยิ่งถ้าเจ้าของเว็บมี security ป้องกันเว็บสูง ตัวบัญชีก็จะถูกรองรับความปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง  ซึ่งข้อดีของมันคือ ทำให้เข้าถึงบัญชีได้สะดวก ง่าย เว้นแต่ว่า network มันจะล่มแต่ข้อเสียคือ ถ้าผู้ให้บริการ network มีโปรไฟล์ที่ไม่ดีหรือไม่น่าไว้ใจ บัญชีของคุณก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมได้นั่นเอง

Cold storage หรือ Wallet ที่ถุกเก็บนอกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

Wallet ประเภทนี้จะถูกเก็บไว้นอกเหนือจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเช่นการเก็บใน USB การเก็บบนเครื่องคอมพิวเตอร์ การเก็บบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่นโทรศัพท์ หรือเก็บในรูปแบบกระดาษที่เรียกว่า paper wallet ซึ่งข้อดีของวอลเลทประเภทนี้คือตัว Private key นั้นจะถูกถือหรือเก็บรักษาอยู่กับเราเองไม่ได้ฝากไว้บนเครือข่ายออนไลน์ ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมหรือถูกแฮคได้แต่ถ้าเราทำอุปกรณ์ดิจิตัลที่เก็บวอลเลทหาย…….ก็ตัวใครตัวมัน ส่วนข้อเสียของมันคือคุณจะต้องนำวอลเลทของคุณนั้นเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งความซับซ้อนของการเชื่อมต่อนั้นจะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ดิจิตัลที่คุณเลือกใช้ ตัวอย่างของ cold storage ก็เช่น Mycelium, GreenBits, Electrum, Edge, Paper wallet เป็นต้น

มาพูดถึงเรื่อง paper wallet เป็นพิเศษกันหน่อย เจ้า wallet ตัวนี้พิเศษตรงที่ตัวแอดเดรสกับ private key จะถูกบันทึกในรูปแบบของกระดาษซึ่งมีความปลอดภัยมากๆ เพราะมันจะไม่ถูกเก็บในที่ไหนเลย และไม่สามารถแฮคได้ เพราะมันไม่อยู่บนอินเทอร์เนต  ทางเดียวที่จะขโมยมาคือขโมยเจ้ากระดาษแผ่นนั้นซะ ซึ่งถ้าคุณต้องการจะทำธุรกรรมละก็แค่สแกนโค้ดบนกระดาษเข้ากับอุปกรณ์ดิจิทัลก็เป็นอันเรียบร้อย

 

Noted: Exchange ส่วนใหญ่นั้นจะมีรูปแบบการเก็บเงินทั้งหมด 2 ส่วน คือเก็บไว้ใน hot wallet กับเก็บใน cold wallet ซึ่งความแตกต่างของมันนั้นคือ เงินที่ถูกเก็บใน hot wallet จะสามารถนำไปทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และไม่ต้องรอเพราะ private key อยู่บน web browser ในขณะที่เงินใน cold storage ต้องรอการยืนยัน private key จากเจ้า exchange เสียก่อนเพราะเขาเก็บมันไว้นอกเครือข่ายนั่นเอง และเป็นเหตุผลว่าบางครั้งทำไมการโอนเงินออกจาก Exchange จึงช้าเพราะบางครั้งต้องรอเจ้าของ Exchange มายืนยัน

Hardware wallet

Walletประเภทนี้มีความคล้ายกับตัว cold wallet แต่ต่างตรงที่เจ้าฮาร์ดแวร์วอลเลทนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้เก็บเหรียญคริปโตโดยเฉพาะ ซึ่งตัวซอฟต์แวร์จะมีระบบ UI ที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการทำงานแบบนี้ซึ่งถือเป็นข้อดีที่น่าทึ่งเลยทีเดียว แต่ข้อเสียของมันคืออุปกรณ์เหล่านี้ค่อนข้างที่มีราคาแพงพอสมควรเลย ถ้าไม่ศึกษาให้ดีก่อนซื้อก็มีจุกกันได้… ส่วนตัวอย่างของ wallet ประเภทนี้ก็เช่น Ledger Nano s, Trezor และ Keepkey

 

สรุปข้อดีข้อเสีย

 

Hot wallet

Cold storage

Hardware wallet

รูปแบบการเก็บ private key

เก็บไว้ที่ผู้ให้บริการบนอินเทอร์เน็ต

เก็บไว้ที่ตนเอง บริหารการจัดเก็บด้วยตัวเองเก็บไว้ที่ตัวเอง หรือผู้ให้บริการซอฟต์แวร์
ความสะดวกในการใช้งานสามารถเข้าถึงการใช้งานได้รวดเร็วบนเครือข่ายผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำเป็นที่จะต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และใช้โปรแกรมที่เก็บprivate key มาใช้งานต่อ

ซอฟต์แวร์ที่บรรจุจะทำการโอนให้อย่างเสร็จสรรพ

ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการรักษาความปลอดภัยของweb browser แต่ข้อมูลจะถูกเก็บรักษาไว้บนเว็ปไม่หายอยู่แล้วเว้นแต่ว่าเว็ปไซต์จะถูกโจมตีดูแลโดยผู้ใช้งาน ปลอดภัยจากการโจรกรรมทางอินเทอร์เน็ตเว้นแต่ว่าคุณจะทำมันหายมีความปลอดภัยสูงเพราะผู้ผลิตออกแบบผลิตภัณฑ์มาให้ป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบแต่เจ้าของก็ต้องรักษาตัวซอฟต์แวร์ให้ดีอย่าทำหายเพราะข้อมูลก็สามารถรั่วไหลได้
ราคาไม่คิดค่าบริการในการเก็บรักษาส่วนใหญ่แต่อาจจะคิดค่าบริการเมื่อมีการโอนออกจาก walletเสียค่าทำธุรกรรม แต่อาจจะมีบริการ online wallet บางตัวที่คิดค่าธุรกรรมเพิ่มตัวซฮฟต์แวร์มีราคาสูงมากๆขึ้นอยู่กับคุณภาพและชนิด อีกทั้งยังต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย

Leave a Reply

Advertisment ad adsense adlogger