fbpx

Crypto-Lending การปล่อยกู้ด้วย Crypto ที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จริงหรือเปล่าปลอดภัยแค่ไหน?

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง Crypto-Lending คืออะไร เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า Centralized Crypto-lending Decentralized Crypto-lending สรุปข้อดีข้อดีข้อเสีย สรุป แถมท้าย หลังจากที่ Compound Finance กำลังเป็นกระแสจากการที่ราคาเหรียญถูกปั้นไปจนถึง 300 USD (ปั่นแน่ๆแหละเหรียญมีน้อยมากปั่นง่าย) การปล่อยกู้ด้วย Crypto ก็ดูจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ (รวมถึงแอดมินด้วย)

Crypto-Lending การปล่อยกู้ด้วย Crypto ที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จริงหรือเปล่าปลอดภัยแค่ไหน?

29 Jun 2020

หลังจากที่ Compound Finance กำลังเป็นกระแสจากการที่ราคาเหรียญถูกปั้นไปจนถึง 300 USD (ปั่นแน่ๆแหละเหรียญมีน้อยมากปั่นง่าย) การปล่อยกู้ด้วย Crypto ก็ดูจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ (รวมถึงแอดมินด้วย) วันนี้แอดมินเลยจะมาเล่าถึงการปล่อยกู้ในโลก Cryptocurrency ในรูปแบบต่างๆซึ่งดูเหมือนว่ามันจะให้ดอกเบี้ยที่ดีกว่าธนาคารในปัจจุบันเสียอีก ซึ่งในแง่การลงทุนแล้วมันไม่ต่างอะไรกับการที่เราฝากเงินในธนาคารแล้วรับดอกเบี้ย เพียงแต่ว่าเราต้องฝากด้วย Cryptocurrency และรับผลตอบแทนเป็น Cryptocurrency แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การชักชวนลงทุน แอดมินจะอธิบายถึงความเสี่ยงของการปล่อยกู้ประเภทนี้ด้วย คือความเสี่ยงมันมีอย่าหน้ามืดตามัวไปลงมั่วๆซั่วๆนะ

 

Crypto-Lending คืออะไร เป็นแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า

มีคำกล่าวที่มีคนเคยพูดไว้ว่า “โลกทั้งใบคือแชร์ลูกโซ่” (แอดมินไม่ได้พูดนะ .__. ใครอยากรู้หลังไมค์มาเดียวชี้เป้าให้) จริงๆแล้วธุรกิจของธนาคารคือการกู้ยืมหมุนเงินและคิดดอกเบี้ยในรูปแบบหนึ่ง (อืม…..แล้วมันเป็นแชร์หรือเปล่านะ) เพียงแต่ว่ามันอยู่ภายใต้การกำกับของกฎหมายซึ่งจะมีการคุ้มครองผู้บริโภค 

แต่นอกจากธนาคารแล้วเราจะเห็นว่ามีผู้ให้บริการสินเชื่อในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะ Car for cash หรือ โรงรับจำนำ ก็ให้บริการทางการเงินซึ่งมันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ปัจจุบันในโลกของ Cryptocurrency นั้นก็มีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในลักษณะนี้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่ามันน่าเชื่อถือแค่ไหนและมีหน่วยงานรองรับในประเทศนั้นหรือเปล่า (ก็แชร์นี่นา….จะเอาให้คนเล่นก็ต้องหาอะไรมารองรับหน่อย)  เราจะไม่ค่อยเจอเหตุการธนาคารล้มละลายในไทยเท่าไหร่ แต่ในต่างประเทศมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ (เออแล้วพอธนาคารล้มไม่มีตังคืนเราถอนไม่ได้นี่คือแชร์แตกหรือเปล่า)

 

Centralized Crypto-lending 

รูปแบบแรกของการปล่อยกู้คือการฝากตัวกลางตัวนึง ซึ่งไม่ต่างจากการที่เราให้คนๆหนึ่งยืมเงินและมอบดอกเบี้ยให้เรา (จะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่อะนะ) ทำให้ความน่าเชื่อถืออยู่ที่ตัวกลางเหล่านี้ ซึ่งในผู้ให้บริการบางส่วนจะถูกกำกับโดยกฎหมายของประเทศต้นทางมี Custody ที่คอยบริหารเงินอย่างเช่น Coinbase custody เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุอะไรก็ตามความเสี่ยงของเราคือบริษัทเหล่านี้นั้นมีการคุ้มครองผู้บริโภคก็จริงแต่ว่าการจะตามเรื่องนั้นยากมากๆเพราะมันเป็นบริษัทต่างประเทศ

มีหลาย Exchange มากมายที่ให้บริการไม่ว่าจะ Binance หรือ Okex (ยังมีอีกหลาย Exchange แต่เอาแค่นี้ก่อน) โดยส่วนใหญ่แล้วการปล่อยกู้นั้นจะมี 2 แผนคือ Flexible และ Lock

  • Flexible นั้นเป็นการปล่อยกู้แบบที่เราจะถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ โดยดอกเบี้ยนั้นอาจจะคำนวนรายวันหรืออาจจะเป็นในระดับหลักนาทีตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการข้อดีคือเราจะถอนเงินเมื่อไหร่ก็ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยนั้นจะมีการผันผวนกันไปในแต่ละวันเช่นวันนี้อาจจะได้ดอก 5% ต่อปีพรุ่งนี้อาจเหลือ 4.5% ต่อปี
  • Lock เป็นการกำหนดว่าเราจะฝากเงินเป็นเวลากี่วันเช่น 1 สัปดาห์ 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน โดยอัตราดอกเบี้ยจะเป็นแบบคงที่และดอกเบี้ยมักจะมากกว่าแบบ Flexible แบบเห็นได้ชัด

เท่าที่เข้าไปลองดูดอกเบี้ยของ Exchange เหล่านี้นั้นถ้าเราฝาก Stablecoin อย่าง Tether เราจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 1-1.9% ในแบบ Flexible และ 5% แบบ Lock 

นอกจากนี้ก็มีผู้บริการอื่นๆที่น่าสนใจที่ในหน้าเว็ปมีข้อมูลการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง (ตามหน้าเว็ปนะระวังความเสี่ยงด้วย)

  • Coinloan ที่ให้ดอกเบี้ย USDC ที่ 10% มี Europian financial License
  • themultiplier ให้ดอกเบี้ย USDT, USDC ที่ 8% แบบทบต้น จดทะเบียนในสวิตเซอแลนด์และฮ่องกงและมี Coinbase custody

Decentralized Crypto-lending

การปล่อยกู้ในรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่เราปล่อยกู้เงินผ่าน Smart Contract บน Blockchain นั้นเท่ากันว่าเราสามารถวางใจได้ส่วนนึงว่าความเสี่ยงจากการที่ระบบจะล่มหรือโอกาสที่จะเกิดการฉ้อโกงภายนั้นจะไม่เกิดขึ้น แต่ดอกเบี้ยในการปล่อยกู้นั้นจะถูกคำนวนโดยที่ว่า มีคนต้องการจะกู้เท่าไหร่ เช่นเราอยากปล่อยกู้ USDT ดอกเบี้ยเราจะถูกคำนวนจากว่ามีคนที่ต้องการกู้ USDT เท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนที่ต้องการปล่อยกู้ USDT 

การปล่อยกู้ในรูปแบบนี้ยังถูกจำกัดอยู่ที่เหรียญ Ethereum Base เท่านั้นหากเราต้องการปล่อยกู้ Bitcoin เราต้องเปลี่ยนเป็น WBTC (ซึ่ง Volumn น้อยมาก) ข้อดีอีกอย่างคือการที่ดอกเบี้ยนั้นจะจ่ายแบบ Realtime ตาม Block เข้าตัว Wallet ของเราในทันที และเราสามารถยกเลิกการปล่อยกู้เมื่อไหร่ก็ได้

Compound Finance และ MakerDao เป็นที่ๆเราสามารถปล่อยกู้ในรูปแบบนี้ได้เราจะเห็นว่าเหรียญบางเหรียญนั้นให้ดอกเบี้ยที่สูงมากแต่อย่างไรก็ตามราคาเหรียญนั้นอาจผันผวนไม่เหมือน Stablecoin (แต่ดอกเบี้ย Stablecoin นั้นน้อยมาก) จึงเป็นสิ่งที่เราควรคำนึงเช่นกัน

นอกจากนี้ถ้าใครเป็นคนที่เคยซื้อสลากออมทรัพย์เราก็มีสลากออมทรัพย์แบบ Defi มานำเสนอนั่นคือ Pooltogether ที่ทาง Pool จะเงินของเราไปปล่อย Lending ผ่าน Smart Contract แล้วก็สุ่มรางวัลทุกๆอาทิตย์ถ้าใครโชคดีก็เหมือนกูกหวย

การปล่อยกู้ในระบบ Decentralized นั้นไม่ใช่ว่าจะไร้ความเสี่ยงซะทีเดียวเพราะแม้โปรแกรมจะทำงานอย่างถูกต้องผ่าน Smart Contract แต่ไม่ได้แปลว่าถ้าโปรแกรมตอนแรกเขียนมามีช่องโหว่มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

ในช่วง Black Friday ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เกิดการ Crash ของตลาด Crypto ครั้งใหญ่ส่งผลทำให้ราคา Crypto มากมายปรับตัวลดลงกระทันหันซึ่งมันทำให้เกิดหนี้เสียใน MakerDao สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อมีการปล่อยกู้ก็ต้องมีคนกู้ และคนที่มากู้ก็ต้องนำ Ethereum มาค้ำประกันโดยปกติอัตราส่วนของ Ethereum จะมากกว่าเหรียญ Dai ที่กู้เพื่อป้องกันการ Liquidate แต่เมื่อราคา Ethereum ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการ Liquidate และนำ Ethereum นั้นไปประมูลขาย ปรากฎว่ามีช่องว่างให้คนสามารถประมูล Ethereum จำนวนหนึ่งไปที่ราคา 0 ได้ผลก็คือเกิดหนี้เสียราว 28 ล้านดอลลาร์ขึ้นมาในระบบ โดยเครือข่ายของ MakerDao แก้ไขปัฐหานี้ด้วยการเสกเหรียญ MKR ขึ้นมาแล้วขายในจำนวนเทียบเท่ากับหนี้เสีย ซึ่งวิธีนี้คล้ายกับการที่เมื่อรัฐบาลก่อหนี้ก็สร้างพันธบัตรมารองรับหนี้หรือปล่อยให้มันกลายเป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งไม่ได้มีแค่ MakerDao เท่านั้น Balancer หรือ Dydx ก็เคยเกิดความเสียหายเช่นกัน

 

สรุปข้อดีข้อดีข้อเสีย

Centralized Crypto-lending

  • ความเสี่ยงขึ้นกับตัวกลาง
  • ดอกเบี้ย Stablecoin ค่อนข้างสูง
  • ดอกเบี้ยค่อนข้างสูงในระบบ Lock Saving
  • ดอกเบี้ยในระบบ Flexible จะจ่ายเป็นรอบตามวัน และค่อนข้างน้อย

Decentralized Crypto-lending

  • ไม่มีความเสี่ยงจากตัวกลาง
  • ดอกเบี้ยรับแบบ Real time เข้า Wallet ทันที
  • ดอกเบี้ยผันผวนตามความต้องการของผู้กู้และผู้ปล่อยกู้
  • ดอกเบี้ย Stablecoin ค่อนข้างต่ำ
  • ระบบทำงานเที่ยงตรงแต่อาจมีช่องโหว่

 

สรุป

ถ้าคุณเป็นคนที่จะถือ Crypto เป็นเวลานานการปล่อยกู้ก็เป็นหนึ่งในการทำกำไรให้คุณอย่างไรก็ตามมันมีความเสี่ยงที่คุณควรพิจารณาเพราะการปล่อยกู้ทั้งสองรูปแบบต่างมีความเสี่ยงที่ไม่เหมือนกันและมันไม่ปลอดภัยเท่ากับการที่คุณเก็บมันใน Private key ของคุณอย่างแน่นอนเพราะเนื้อแท้แล้วมันคือการที่เราเอาเงินให้คนอื่นยืมในรูปแบบใดแบบหนึ่งนั้นเอง

 

 

แถมท้าย

ในปัจจุบันนั้นเรายังมีช่องว่างในการทำกำไรจากอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน เราจะเห็นได้ว่าตอนนี้ใน Compound นั้นมีดอกเบี้ยปล่อยกู้สูงถึง 25% ในขณะที่ดอกเบี้ยในการกู้ผ่านบัญชี Margin ของ Binance อยู่ที่ 7.3% ทำให้อาจะเรียกว่าคุณสามารถทำกำไรโดยการกู้ที่ Binance แล้วมาปล่อยที่ Compound เพื่อรับดอกเบี้ยฟรีๆ แต่อย่างไรคุณต้องอย่าลืมความเสี่ยงอื่นๆเช่นการรักษาไม่ให้บัญชี Margin ถูก Liquidate การคำนวนค่าธรรมเนียม

 

เว็ปปล่อยกู้แบบ Cryptolending

 

5 1 vote
Article Rating
Article Guide & Analytics
Writer
การสมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนสำหรับ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Maybe You Like

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x