fbpx

ตลาดแลกเปลี่ยนจะสามารถเชื่อมั่นการ Hard Fork ได้หรือไม่ ?

ในวันที่ 31 กรกฎาคม นักลงทุนชาวจีนได้ฟ้องร้อง OKCoin crypto exchange ภายในประเทศที่ไม่ให้สกุลเงิน Bitcoin Cash (BCH) แก่เขา หลังจาก Bitcoin fork
==========================
follow blockchain review community:
telegram channel: https://buff.ly/2z99gfW
telegram group: https://buff.ly/2z99gws
twitter: https://buff.ly/2IVjQXv
website : https://buff.ly/2lZPR89
youtube : https://tinyurl.com/y9tcko3a

ตลาดแลกเปลี่ยนจะสามารถเชื่อมั่นการ Hard Fork ได้หรือไม่ ?

19 Oct 2018

ในวันที่ 31 กรกฎาคม นักลงทุนชาวจีนได้ฟ้องร้อง OKCoin crypto exchange ภายในประเทศที่ไม่ให้สกุลเงิน Bitcoin Cash (BCH) แก่เขา หลังจาก Bitcoin fork

นี่เป็นปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน การรวยรวมข้อมูลเกี่ยวกับการ hard fork และ exchange ให้รวดเร็วที่สุดหลังที่เกิดเหตุการณ์ DAO ในปี 2016 จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเหรียญที่คุณถืออยู่แบ่งออกเป็นสองเหรียญ แต่คุณถือมันใน exchange หรือ *hot wallet

*hot wallet หมายถึงกระเป๋าที่เราไม่มี key ในการควบคุมมันเอง

What’s a hard fork? ( อะไรคือ hard fork )

โดยปกติแล้วการ hard fork คือการเปลี่ยน protocol ของ cryptocurrency นั้นๆ เพื่อแก้ไขข้อมูลธุรกรรมที่ผิดพลาดให้ถูกต้อง นั้นถือเป็นการอัพเกรดเว่อร์ซั่นของมันด้วย กล่างอีกทาง มันคือการแยกเส้นทางจากเดิมมีอยู่โซ่เดียวกลายเป็นโซ่สองเส้น โดยที่เส้นเดิมคือเส้นที่ไม่ถูกแก้ไข เส้นใหม่คือเส้นที่ได้เกิดการอัพเกรดแล้ว ธุรกรรมต่อๆไปก็แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง soft fork เป็นการเปลี่ยนแปลง protocol เหมือนกันแต่ยังสามารถใช้งานกับเว่อร์ชั่นเก่าได้ทำให้ไม่มีการแยกสายโซ่

ทำไมต้อง hard fork ? โดยปกติแล้วก็เพื่อการแก้ไขทางด้านความปลอดภัยในซอฟต์แวร์รุ่นเก่าๆ เพื่อเพิ่มการใช้งานใหม่ๆ หรือการย้อนธุรกรรมที่ผิดพลาด เหตุผลของการ hard fork ที่ดังที่สุดก็คือ DAO

จะอธิบายรายละเอียดในส่วนถัดไป

ตามข้อมูลที่ได้รับจาก Forkdrop.io ปัจจุบันมีการ fork ถึง 116 ครั้งและ 74 ครั้งมาจาก Bitcoin การ fork หลักๆที่สำคัญ เช่น Bitcoin Cash (BCH), Ethereum Classic (ETC) หรือ Bitcoin Gold (BGD) ซึ่งแข่งขันกับเหรียญหลักชั้นนำและมีการจัดอันดับในตลาดคืออันดับที่ 4, 12 และ 24 ตามลำดับ Coinmarketcap นอกจากนี้ยังมีบางเหรียญที่มีมูลค่าเพียงไม่กี่เซ็นต์และด้วยเหตุนี้มีโอกาสน้อยที่เหมือนกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ชาร์ลีลีผู้สร้าง Litecoin ที่เคยทำงานที่ Coinbase ได้อธิบายว่าแพลตฟอร์มนี้จะใช้ fork ในอดีตได้อย่างไร

“ด้วย fork แบบ ETC และ BCH เป็นที่ชัดเจนว่าทั้งสองเหรียญเกิดจากการ fork ดังนั้นจากเหรียญเดิมซึ่งอาจจะมีปัญหาดังนั้นดูเฉยๆดีกว่า Coinbase เองนั้นจึงไม่สนับสนุนการ fork ตั้งแต่แรก และเฉพาะกรณีที่มีลาก Coinbase ไปในการ fork นั้น Coinbase จะใช้เวลาและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการ fork นั้นและปล่อยให้คนเข้าถึงเหรียญของพวกเขาเอง “

The DAO example: To fork or not to fork?

The DAO ได้ก่อตั้งในเดือนเมษายนในปี 2016 ด้วยองค์กรอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในธุรกิจอื่นๆเป็นกองทุนรวมที่กำกับด้วยนักลงทุนเอง โดยการใช้ Smart contract โดยเป็นโปรเจคที่ทำลายสถิติการระดมทุนได้ถึง 120 ล้านดอลล่าห์ ด้วย Ethereum (ETH) ได้อย่างรวดเร็ว

ถึงอย่างไร ในเดือนมิถุนายนมีผู้ใช้ได้เจอช่องโหว่ของโค้ด The DAO ซึ่งสามารถเอาเงินออกจากกองทุนได้ถือ 1 ใน 3 (ประมาณ 50 ล้านดอลล่าห์) ไปยังบัญชีย่อยหลายๆบัญชี มันไม่ได้เกิดจากการแฮค แต่เป็นการโจมตีง่ายๆในช่องโหว่ของตัวโค้ดเอง ซึ่งหนึ่งในผู้เข้าร่วมการระดมทุนได้แจ้งแล้วว่า เขาแค่ใช้ช่องโหว่ของโค้ดเท่านั้น

จนเกิดการอธิปรายของปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดการโต้แย้งของคนทั้งสองฝั่ง บางคนได้แย้งว่าช่องโหว่ไม่ยุติธรรมและเงินของเขาควรได้รับคืน ขณะที่บางกลุ่มให้ความคิดเห็นว่าจุดมุ่งหมายของ Smart contract เองคือการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสัญญาใน Smart contract ได้ แต่ด้วยผลโหวดของ community ได้โหวตให้มีการคืนเงิน (สามารถดูผลโหวตได้ที่นี่ http://carbonvote.com/) และ ทีมงานของ Ethereum ก็ดำเนินการ hardfork จำนวนเงินที่ถูกแฮคไปก็ถูกส่งกลับไปยังเจ้าของเดิม เจ้าของ token ได้รับอัตราแลกเปลี่ยน 1 ETH = 100 DAO token ตามอัตราการระดมทุนครั้งแรก

ถึงอย่างไร ก็มีส่วนหนึ่งของ community ปฏิเสธการแทรกแซงการทำงานของ Smart contract โดนยังใช้เว่อร์ชั่นที่ยังไม่มีการ fork ของ Ethereum คือ Ethereum Classic (ETC).

ETC เกิดขึ้นในบล็อคของ Ethereum blockchain และไม่มีการ hard fork เพื่อแก้ไขการโจมของ The DAO ทางเว็บไซต์ของผู้ริเริ่มโปรเจค ETC บอกว่าต้องการรักษา Ethereum ที่เป็นต้นฉบับเอาไว้ และเป็นทางเลือกของการ Hard fork ที่เกิดขึ้น

ดังนั้นคนถือ ETH ก่อนการเกิดเหตุการณ์ The DAO สามารถเรียกร้อง ETC ในจำนวนเท่ากับ ETH ได้ ในส่วนการดำเนินการต้องเข้าถึง MyEtherWallet และอัปโหลดไฟล์ JSON (ซึ่งมีคีย์ส่วนตัวสำหรับเหรียญที่ครอบครองอยู่) และอ้างสิทธิ์ใน ETC เหรียญและจึงสามารถส่งไปยัง Address อื่นได้ จากที่ได้เกิดเหตุการณ์ตัวอย่างนี้ ผู้ใช้สามารถเรียกร้องสิทธิ์ของเหรียญที่เกิดการแยก Chain ออกไป ตราบใดที่มี private key ในการยืนยัน

How do exchanges handle hard forks?

การเข้า private keys ถึงจะทำได้ยาก ตราบใดที่เหรียญยังถูกเก็บไว้ในซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับ mainnet ของเหรียญได้ ถึงอย่างไรสถานการณ์จะแตกต่างออกไป เมื่อมีการ fork ขณะที่มีการถือเหรียญอยู่ใน crypto exchange หรือ hot wallet โดยทางเทคนิค keys จะถูกถือโดยแพลตฟอร์มนั้นๆพร้อมกับเหรียญที่เกิดจากการ fork ดังนั้น exchange สามารถตัดสินใจเหรียญใหม่นั้นจะแจกจ่ายให้แก่ลูกค้าหรือไม่ และมันทำให้การเรียกร้องเหรียญจำนวนนั้นซับซ้อนมากขึ้น

ดังเช่น ที่มีการ fork ETC ที่มีการกล่าวมาแล้วข้างต้น Kraken exchange ประกาศสนับสนุนว่าลูกค้าจะมีจำนวนเหรียญ ETC เท่ากับ ETH ตราบใดที่พวกเขามีเหรียญ ETH อยู่บน Kraken ในขณะการ fork

เช่นกันกับเมื่อ Bitcoin Diamond (BCD) แยกออกจาก Bitcoin blockchain เดิมในเดือนพฤศจิกายน 2017 Binance เป็นหนึ่ง exchange หลักๆที่ออกเหรียญใหม่ให้แก่ผู้ถือ BTC ในขณะที่มีหลายๆ exchange ไม่สนใจการ hard fork นี้

ดังนั้น ทำให้เหรียญได้ถูกย้ายจากอีก exchange ไปยัง exchange ที่มีการยอมรับการ hard fork นี้ เมื่อการ fork ใกล้เข้ามา โดยปกติ exchange จะประกาศล่วงหน้าว่าจะพวกเขาจะสนับสนุกการแยก chain และแจกจ่ายเหรียญให้แก้ลูกค้า ถึงอย่างไรการมีบาง exchange รองรับการ fork เกือบทั้งหมดเป็นปกติ ดังเช่น ในเดือนกรกฎาคม Binance ได้ประกาศว่าจะพยายามสนับสนุน airdrop และทุกๆการ fork ในหลายๆโปรเจค ตราบใดที่โปรเจคมีการติดต่อกับ exchange เอง คล้ายๆกันกับ ในเดือนเมษายน Coinbase ว่าจะสามารถถอนเหรียญที่เกิดจากการ fork ออกจากตัว Coinbase เองได้ (แต่ไม่สามารถซื้อขายได้ใน Coinbase)

ในด้านตรงข้าม บาง exchange เลือกที่จะไม่สนับสนุนการ fork เลย ดังนั้นในเดือนพฤษภาคม  Dutch exchange Bl3p เลือกที่จะเพิกถอนก่อนที่จะเกิดการ hard fork อ้างว่าเหรียญที่จะแยกออกไม่ได้ล้มเหลวและไม่ตอบสนองความต้องการ และเตือนลูกค้าว่าให้ถอน BCH ทีเหลืออยู่

More complications and lawsuits

ถึงแม้ว่าบาง exchange จะมีการสนับสนุนการ hard fork แต่ก็มีความซับซ้อน ดังกรณีที่นักลงทุนชาวจีนรู้จักภายใต้นามแฝง Feng Bin ผู้ที่เพิ่งยื่นฟ้องคดีต่อศาลกับ local exchange OKCoin เขาอ้างว่าแพลตฟอร์มนี้ป้องกันไม่ให้เขาได้รับเหรียญ Bitcoin (BCH) หลังจากที่มีการ fork BTC เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2017

ตามข่าวจากสำนักข่าว Legal Weekly Feng Bin อ้างว่าเขาไม่ได้รับ 38.748 BCH หลังจากเกิดการแยก chain ในคดีเขาได้อธิบายว่าเขาได้พยายามที่จะขาย BCH ที่จุดสูงสุดประมาณ 4,000 ดอลล่าห์ ในเดือนธันวาคม 2017 แต่เขาได้พยายามหาปุ่มที่จะรับเหรียญ BCH ที่ตัว exchange สัญญาว่าจะแจกจ่ายเหรียญ

หลังจากการเรียกร้องที่ customer support OKCoin กล่าวว่า Feng Bin ไม่รับเหรียญ BCH ได้เนื่องจากการอ้างสิทธิ์ของ crypto forked ได้หมดเวลาการรับแล้ว ทางด้านนักลงทุนกล่าวหาว่าเป็นความล้มเหลวของ exchange ในการให้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดเส้นตายสำหรับการรับเหรียญนั้น

ในขณะที่คดีของ Feng Bin ได้รับรายงานว่าเป็นครั้งแรกในประเทศจีน ในกลุ่มของทนายญี่ปุ่น 5 คน ได้บอกว่าโดยปกติ local exchange ส่วนมากไม่สามารถที่แจกจ่ายเหรียญที่เกิดจากการแยก chain ได้

สกุลเงินเสมือนหรือ cryptocurrency ที่ได้ฝากไว้กับ exchange ไม่ควรเป็นของ exchange แต่ควรเป็นของผู้ใช้ ทนายเน้นว่าเมื่อ exchange ตัดสินใจว่าจะแจกจ่ายเหรียญที่เกิดจากการแยก chain หรือว่าหลังจากที่ว่าพวกเขามากดรับช้าเกินกำหนด

ดังที่ได้ประกาศไว้ ทนายความยอมรับไม่มีกรอบกำหนดสำหรับการจัดการกับการ hard fork และมันดูเป็นปัญหาที่สำคัญและความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่าง cryptp exchange และ การ hard fork

0 0 vote
Article Rating
Article Guide & Analytics
Writer
การสมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนสำหรับ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Maybe You Like

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x