fbpx

Crypto “พิมเสน” หรือ “เกลือ”

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง *คำถามวัดว่า คุณเชื่อมโยงได้จริงหรือไม่??? จากนั้น เมื่อเรามองเทรนของเศรษฐกิจออกแล้ว เราจะซื้ออะไร เมื่อไหร่หล่ะ *คำถามที่ไม่ได้ต้องการให้ตอบผู้เขียน แต่จงตอบกับตัวเอง เพราะมันสะท้องการมองความเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจ ถ้าเงินสด คือ พิมเสน จงอย่าเอาไปแลกกับเกลือ แต่จงแลกมันกับทอง อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ คือคำสุภาษิตที่เหมาะ

Crypto “พิมเสน” หรือ “เกลือ”

795
26 Jan 2019

ถ้าเงินสด คือ พิมเสน จงอย่าเอาไปแลกกับเกลือ แต่จงแลกมันกับทอง

อย่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ คือคำสุภาษิตที่เหมาะมาก ถ้าคุณจะซื้อ Crypto Currency หรือ หุ้น ซักตัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว (พวกVI นั่นหล่ะครับ ภาษาบ้านๆ)

ไม่มีใครฟันธงได้ว่าคุณควรจะซื้ออะไร ตัวไหนบ้าง เพราะจุดประสงค์ของทุกคนล้วนแตกต่างกัน ก็จะมีแต่การวิเคราะห์ โดยใช้ หลักการพื้นฐาน ที่ใช้ในการกรองหุ้น หรือ กรอง Crypto ออกมา ว่าเราเหมาะที่จะซื้อตัวไหนบ้าง

หลักการกรองที่ต้องกรองเป็นอันดับแรก คือการวิเคราะห์ เมกะเทรน หรือวิเคราะห์เศรษฐกิจในระดับมหภาค เสียก่อน เพื่อให้เรารู้ว่า เราอยู่จุดไหนของระบบเศรษฐกิจ และอยู่ในช่วงเวลาใด เพราะการวิเคราะห์ในระดับมหภาค จะทำให้คุณสามารถมองความเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจ และ สามารถหาเหตุผลของความเชื่อมโยงนั้นได้

*คำถามวัดว่า คุณเชื่อมโยงได้จริงหรือไม่???

Crypto ในช่วงปลายปี 2017 ทำไมราคาถึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018 เหตุใดราคาจึงตกลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของขาลง ในตลาด Crypto ?

จากคำถามข้างต้น การวิเคราะห์ในระดับมหภาคคุณจะต้องรู้ตั้งแต่ความเป็นมาของ Crypto Currency จนถึงการเชื่อมโยงของมันกับระบบเศรษฐกิจ และ นโยบายของทางภาครัฐต่างๆ เพราะทุกอย่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันทั้งหมด (ผมขอไกด์ให้ว่า คุณลองจับสังเกตุดูว่า ตอนที่ ราคาของ Crypto Currency ไต่ระดับราคาขึ้น ในโลกนี้เกิดเหตุการณ์ทางด้านนโยบายใดบ้าง ปริมาณเงินในช่วงนั้นเป็นอย่างไร ราคาของหลักทรัพย์อื่นๆเป็นอย่างไร และทำไมเป็นแบบนั้น)

จากนั้น เมื่อเรามองเทรนของเศรษฐกิจออกแล้ว เราจะซื้ออะไร เมื่อไหร่หล่ะ

นั่นเป็นคำถามปลายเปิดที่ตอบได้ยากอย่างยิ่ง เพราะไม่มีใครผิดหรือถูกเลยในตลาดทุน และมักจะมีคำกล่าวสั้นๆง่ายๆไกด์ให้ว่า “หุ้นลงให้ซื้อ หุ้นขึ้นให้ขาย” เป็นคำกล่าวที่ถ้าเอามาประยุกต์ใช้ ในตลาด ไม่ว่าจะทั้งตลาดหุ้น หรือ ตลาด Crypto ได้ยากมาก เพราะ เราแทบจะไม่รู้เลยว่า ถ้าราคาลงแล้วมันจะขึ้น หรือ ลงต่อไปอีก และลงต่อไปอีกเรื่อยๆ ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับ Crypto (ลงแล้ว ลงอีก ดิ่งแล้ว ดิ่งอีก แนวรับแล้ว ยังต้องหาแนวรับมารออีก) มันอาจจะเป็นคำติดตลก แต่ มันเกิดขึ้นจริง และไม่มันตลกเลยสำหรับคนที่เอาเงินมาลงทุนโดยหวังระยะสั้นกำไรสูง จนได้ดอยสูงๆไปครอบครองแทน

*คำถามที่ไม่ได้ต้องการให้ตอบผู้เขียน แต่จงตอบกับตัวเอง เพราะมันสะท้องการมองความเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจ

คุณคิดว่า มันถึงเวลาแล้วหรือ ที่จะสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงินของธนาคาร จนต้องใช้ Crypto Currency อย่างเต็มรูปแบบ ต่อมา หากคุณมั่นใจว่า คุณสามารถหาจุดที่ยืน กับช่วงเวลาที่คุณอยู่ จนสามารถมองเกมออกได้ส่วนหนึ่งแล้ว คุณจะเดาอนาคตออกได้บ้าง (เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันเชื่อมโยงกัน) ให้คุณมองเข้าไปในระดับจุลภาค และ หาโอกาสที่ดี ในการเข้าซื้อ ไม่ว่าจะวิเคราะห์ทางเทคนิคคอล หรือ ฟันไดเมนทอล (ในระดับเล็กๆ) เพื่อหาจุดที่ใช่ ราคาที่ชอบ ในระดับจุลภาค สำคัญไม่แพ้ระดับมหภาค เพราะ มันคือต้นเหตุของการเกิดเหตุการณ์ในระดับมหภาค

อีกทั้ง ผู้เล่นบางท่านมีต้นทุนที่จำกัดหรือผู้ที่เล่นโดยใช้การ Leverage ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ลงทุนโดยใช้บัญชี Balance ปกติ การวิเคราะห์ทางเทคนิคคอล จะช่วยลดความเสี่ยงต่อเงินทุนของคุณได้อย่างมาก เพราะไม่เช่นนั้น หากท่าน เล่นโดยใช้การวิเคราะห์ในระดับมหภาคเพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้ท่านโดน Force sell (บังคับขาย) ได้ ในบัญชีที่มี Leverage ซึ่งการวิเคราะห์เชิงเทคนิคคอลในขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ให้คุณใช้ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาเกี่ยวกับการซื้อและขาย เข้ามาประกอบในการตัดสินใจด้วย คุณจึงจะหาจุดเข้าซื้อ และจุดขายทำกำไร ได้

อย่างไรก็ตาม รูปแบบของการลงทุนในโลกนี้มีมากมายนับไม่ถ้วน
สิ่งที่คุณควรจะทำเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการลงทุน คือ เลือกวิธีการลงทุน ให้เหมาะกับตัวคุณเอง
ไม่ว่าคุณจะลงทุนแบบไหน วิธีอะไร หรือ ในตลาดไหนทุกอย่างล้วนมีค่าในทางประสบการณ์ทั้งสิ้น

ขอให้ทุกท่านลงทุนอย่างมีสติ และ หวังว่าสิ่งที่ผมกล่าวข้างต้น จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนของทุกๆท่าน

ผู้เขียน Petchy Econ Vision

Article
Writer
  การสมัครรับข้อมูล  
แจ้งเตือนสำหรับ

Maybe You Like