ยาวไปอยากเลือกอ่าน
แสดง
ผมคิดไม่เหมือน Jamie Dimon จาก J.P. Morgan Chase ผมมองว่า Bitcoin และ Cryptocurrency
สามารถใส่ไปในพอร์ทการลงทุนของคุณได้ แต่อยู่ในส่วนเพื่อการเก็งกำไรเท่านั้นนะ
ปัจจุบันผมไม่ได้ถือคริปโตเนื่องจากคริปโตยังอยู่ในเทรนลง
ซึ่งผมได้เขียนเหตุผลเพิ่มในลิ้งนี้ (QE Unwind) สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ครับ,
ผมจะกลับไปถือคริปโตอีกครั้งเมื่อสถานะการต่างๆดีขึ้น เช่น กฎหมาย หรือ QE Unwind
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!
Rule #1: กฎของที่1 Bitcoin ฉลาดกว่าคุณ
นี่เป็นกฎของแรกและสำคัญที่สุดของ Bitcoin
คนที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin พวกเขาเป็นคนฉลาดและมีข้อมูลหลากหลายด้าน
พวกเขาฉลาดกว่าคุณ และสามารถควบคุม Bitcoin ได้ในระดับนึงหรือมากกว่านั้น
มีหลายอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ผมไม่ทราบจริงๆว่าโทรศัพท์มือถือของผมทำงานอย่างไร
แต่ถ้ามีปัญหาผมสามารถโทรหาผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและลองและแก้ไขได้
หรือผมสามารถโทรหาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของผมและขอความช่วยเหลือได้
ผลิตภัณฑ์ต่างๆมาพร้อมกับระบบให้บริการและให้ความช่วยเหลือ
ให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบลื่น พวกเขาอยู่ในธุรกิจสร้างงานจากสิ่งที่พังชำรุดหรือทำงานผิดพลาด
ธุรกิจเหล่านั้นช่วยเหลือข้อผิดพลาดต่างๆให้แก้ไขได้และพร้อมอำนวยความสะดวกในแต่ละกระบวนการ
แต่ใครในธุรกิจที่จะช่วยคุณหาก Bitcoin เกิดปัญหา
มันมีอยู่แน่นอน กลุ่มคนที่ใช้ประโยชน์จากทุกอย่างที่พวกเขาสามารถทำได้เกี่ยวกับ Bitcoin ทั้งแบบที่โปร่งใสและไม่โปร่งใส
Bitcoin เป็นอะไรที่ทรงพลานุภาพ ขณะเดียวกันมันคือดาบสองคม ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ใช้มัน
Rule #2: มันไม่มีกฎ
มันดูตลกหรือโง่ไหม ถ้าผมบอกว่ากฎข้อที่2คือไม่มีกฎ ทั้งที่เรากำลังพูดถึงกฎ3ข้อของ Bitcoin
คุณไม่สามารถ Short Bitcoin ด้วยเงินทั้งหมดได้ , คุณไม่สามารถทำให้ราคาของ Bitcoin ตกลงหรือเพิ่มขึ้นได้
หากเพราะมันถูก ควบคุมโดยใครคนนึงที่ไม่ใช่คุณเพียงเท่านั้นเอง , เมื่อคุณทำการ Short หรือพนันให้มันตก
คนที่คุมราคามัน จะทำให้คุณขาดทุน ด้วยการยกราคาขึ้น
คนทั่วไปสามารถซื้อ Bitcoin และทำให้ราคาของมันสูงขึ้นได้
Bitcoin อาจไม่ได้เป็นการลงทุนสำหรับคนทั่วไป เพราะคนส่วนมากจะไม่เข้าใจ
แต่Bitcoinไม่มีข้อจำกัด ทุกคนสามารถลงทุนมันได้เมื่อเข้าใจมันมากพอหรือเข้ามาเสี่ยงดวงเพราะความโลภ
ตัวอย่างเช่นพวกกองทุนที่ไม่สามารถลงทุนใน Bitcoin ได้
เพราะในจุดยืนของพวกเขา ยังไม่ได้รับอนุญาติให้ลงทุนในสินทรัพย์คริปโตเหล่านี้
เมื่อคุณมีBitcoin และมีใครบางคนมาให้คำแนะนำคุณ
อยากให้คิดอย่างถี่ถ้วนว่าคนเหล่านั้นต้องการอะไรจริงๆกันแน่
บางครั้งคุณอาจถูกหลอกลวงให้โอนหรือส่ง Bitcoin ไปยังที่ต่างๆ
มันอาจเป็นกับดัก และนี่คือความอันตรายอย่างแท้จริงในโลกคริปโต
สรุปง่ายๆว่า Bitcoin ค่อนข้างจะเสรีนิยมในระดับนึง มันไม่มีกฎตายตัว คุณจะทำอะไรก็ได้
โดยที่ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างเหนือBitcoinของคุณ
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาคือข้อสรุปจากเสียงข้างมาก(ที่ปริมาณ)เท่านั้นเอง
Rule #3: ความได้เปรียบและข้อสงสัยของ Bitcoin
Bitcoin และสกุลเงินคริปโตอื่นๆมีข้อเด่นที่เหมือนกันคือ
-
ค่าทำธุรกรรมราคาถูก
-
ง่ายต่อการส่งเงินข้ามประเทศ
-
ไม่มีการระบุตัวตน
-
มีจำนวนจำกัด
-
ไม่ถูกควบคุมโดยอำนาจรัฐ
The low transaction cost makes some sense
ค่าทำธุรกรรมของคริปโตต่ำกว่าพวก AmericanExpress Visa MasterCard
เพราะบริษัทเหล่านั้นทำกำไรบนค่าธรรมเนียมจากการใช้บัตรเครดิต ทั้งค่าธรรมเนียมบริการปกติ
และค่าธรรมเนียมระหว่างประเทศ ผ่านการออกบัตรเพียงหนึ่งใบและกินค่าลิขสิทธิ์หรือ License อีกต่อนึง
ในขณะที่คริปโตไม่มีค่า License และค่าธรรมเนียมก็ถูกกำหนดเป็นหน่วยของมัน ซึ่งจะแพงขึ้นตามราคาต้นของเหรียญ
เช่นผมใช้ค่าส่ง BTC จำนวน 0.001 หรือ 0.1% หาก BTC 2แสนบาท ผมเสียค่าธุรกรรม200บาท
แต่หาก BTC 1แสนบาท ผมเสียค่าธุรกรรม100บาท และสามารถถูกลงได้มากกว่านี้หากพัฒนาความสามารถด้านการส่งมากขึ้น
Lightning Network ได้แสดงให้เห็นใน Litecoin แล้วว่าค่าส่งถูกแค่ไหน ขีดจำกัดราคาการทำธุรกรรมของคริปโตอยู่ที่เทคโนโลยี
ราคาเหรียญ และระดับความเล็กของหน่วยย่อย ไม่แน่ว่าอนาคตหากการพัฒนาของ Bitcoin ไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เ
ราอาจจะจ่ายค่าส่งเพียง 1Sat หรือ 1Satoshi ก็เป็นได้
คำถามสำคัญคือ ธนาคารจะลดค่าธรรมเนียมเพื่อแข่งขันกับกองทัพคริปโตเหล่านี้หรือไม่ ผมคิดว่าก็อาจจะเป็นไปได้
เพราะกำไรของธนาคารมาจากค่าธรรมเนียมเป็นส่วนมาก และอีกส่วนนึงคือดอกเบี้ยเงินกู้
แต่ค่าธรรมเนียมคือกำไรบนความเสี่ยง0% หากคนคีย์ไม่ได้กฎผิด
ในทางกลับกันดอกเบี้ยซึ่งเป็นเสมือนสายโลหิตอีกเส้นกลับมีความเสี่ยงจากการถูกเบี้ยวหนี้ได้
Anonymity meet the NSA.
ไม่มีทางที่รัฐบาลจะพอใจกับการปกปิดตัวตนเหล่านั้น หรือการใช้เงินในด้านไม่ดีเช่นฟอกเงินหรือซื้อของผิดกฎหมาย
จึงได้มีการทำ “การรู้จักลูกค้าของคุณ” หรือ “KYC” และกลายเป็นแผนกใหม่ทั้งหมดที่ธนาคารส่วนใหญ่
รัฐบาลไม่ชอบการปกปิดตัวตน พวกเขาชอบภาษี แต่อุตสาหกรรมนี้สามารถ “ควบคุมตนเองได้เพียงพอ”
ที่รัฐบาลจะไม่แทรกแซงได้ทั้งหมด เช่นการแทรกแซงจากรัฐบาลจีนเป็นระยะ ๆ ในบางครั้ง
The “limited supply” argument baffles me a little bit.
เราต่างรู้ว่า Bitcoin มีจำนวนจำกัด ผมอาจช่วยหยุดการเฟ้อได้ มันยังถูกขุดมาไม่หมด
ผมสามารถเช็คความโปร่งใสต่างๆของเงินในแต่ละบัญชีได้ ผ่านการเช็คในแต่บล็อก
ผมยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายของธนาคารหลายแห่ง แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเราจะดีขึ้นหากไม่มีธนาคารพวกนั้น
(บางทีเราอาจแย่ลงก็ได้) Bitcoinมีข้อดีในเรื่องไม่มีการควบคุมใดๆ แต่ระวังกฎข้อที่1 มันฉลาดกว่าคุณ
No Government Control.
Bitcoin ไม่ได้ถูกสร้างโดยรัฐและรัฐก็ไม่ได้ถือมัน หรืออาจถือแต่ไม่มีการเปิดเผย
รัฐต้องการจำกัดอำนาจบางอย่างของมันผ่านกฎหมาย แต่รัฐก็ไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งนึงที่รัฐต้องการจากมันคือ การเก็บภาษี เพราะนี่คือหนึ่งในรายได้ของรัฐ ความจริงข้อนึงของรัฐบาลก็คือ
เมื่อได้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมเราสนับสนุน แต่เมื่อเสียผลประโยชน์อย่างไม่เท่าเทียมเราจะกีดกันมัน
ปัจจุบันรัฐก็กำลังทำอะไรแบบนี้อยู่ เหตผลก็คือบิทคอยน์เป็นเรื่องของการเงินในตอนนี้
เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเงินไม่สำคัญ เพราะการเงินนำพาสู่อำนาจ เราอำนาจนำพาสู่การปกครอง
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนใช้ Bitcoin รัฐจะเก็บภาษีได้น้อยลง และรัฐจะหมดอำนาจการควบคุมเศรษฐกิจ
และนั่นคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับผม การเก็บภาษีของรัฐที่น้อยลงอาจส่งผลถึงรายได้ประชาชาติที่ลดลง
สรุป
ผมไม่ได้ต่อต้านคริปโตหรือสกุลเงินดิจิตอลสกุลใด
เช่นเดียวกันผมก็ไม่ได้ต่อต้านหุ้นตัวไหน
บางเวลาน่าลงทุนและน่าสนใจ บางเวลาไม่น่าลงทุนและไม่น่าสนใจ
คุณต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรรุกเมื่อไหร่ควรรับ กฎ3ข้อข้างบนเหมือนเครื่องเตือนสติ
เมื่อคุณกำลังลงทุนในคริปโตแต่โลภเกินไป ลองนึกกฎพวกนี้ดู
ผมอยากให้ทุกคนเล่นหรือลงทุนพวก Alpha Asset เหล่านี้
โดยมองเป็นโอกาส อย่าเล่นหรือลงทุนกับมันแบบศรัทธา
Happy Investing ครับ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ
ป.ล. หากท่านที่งงว่า Alpha Asset คืออะไร
มันคือสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เป็นรูปแบบของสินทรัพย์ในอนาคตครับ
Writer



