fbpx

เมื่อLineแอพลิเคชั่นแชทยอดนิยม สร้างCryptoของตัวเอง

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง ทำไมแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น Line ถึงสร้างCrypto ของตัวเอง ประวัติของ Line Line เริ่มสนใจใน Crypto เเละ Blockchain กลยุทธ์ในการเป็นพันธมิตรกับเครือข่าย blockchain ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ในการปรับใช้ DApps ความสามารถในการใช้งานและการนำ cryptocurrency ของ Line ไปใช้จริง มีข่าวลือว่า Facebookจะเปิดตัวblockchai

เมื่อLineแอพลิเคชั่นแชทยอดนิยม สร้างCryptoของตัวเอง

484
12 Nov 2018

ทำไมแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น Line ถึงสร้างCrypto ของตัวเอง

วันที่ 31 สิงหาคม Line แอปพลิเคชันส่งข้อความที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน มีแผนจะเปิดตัวcryptocurrency ของตนเองที่เรียกว่า LINK

ตามที่ประกาศข้างต้น Line ได้ลิสต์ LINK ให้เป็นทรัพย์สินดิจิทัลบน BitBox ที่เปิดตัวไปในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

Cointelegraph รายงานว่า Line ตัดสินใจที่จะไม่ ICO เหรียญดังกล่าว ที่สามารถเพิ่มทุนจำนวนมากแลกกับกรจ่าย token ของตังเอง แต่ Line ใช้กลไกที่เรียกว่า ‘Airdrop’ เพื่อให้ผู้ใช้ LINK เป็นค่าตอบแทน ในการซื้อหรือใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Line

โดยพื้นฐานแล้ว LINK คือ token ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มการใช้งานแบบ decentralized แอปพลิเคชัน หรือ DApps สร้างโดยทีมพัฒนาของ Line เพื่อกระตุ้นผู้ใช้งานผ่านกิจกรรมของพวกเขาบนเครือข่าย Link Blockchain

ในอนาคตอันใกล้นี้ทีมงาน Line เปิดเผยว่าจะออก DApps และบริการต่างๆที่เกี่ยวคอนเทนน์ การค้า สังคม เกม เเละ exchange โดยทั้งหมดจะใช้ LINK ในการชำระเงินเป็นหลัก

แนวคิด Link จะคล้ายกับ EOS, ADA และ Ethereum ในด้านของ DApps และการบริการที่หลากหลายบนเครือข่าย blockchain

 

ประวัติของ Line

ในปี 2011 ญี่ปุ่นประสบปัญหาแผ่นดินไหวTōhoku เป็นแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ ขนาด 9.1 magnitude ตามที่มีการบันทึกไว้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 ราย เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับผลกระทบอย่างมหาศาลจากคลื่นยักษ์สึนามิขนาด 30 ฟุตที่ทำให้โรงงานนิวเคลียร์ฟูกูชิม่าไดชิระเบิด

Line เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2011 หลังจากเกิดแผ่นดินไหว 3 เดือนแล้วซึ่งมีผู้ใช้ 50 ล้านคนภายในระยะเวลา 12 เดือน ว่ากันว่า Line ทำลายสติถิ Facebook ในเเง่ของการเติบโตที่ Facebook ต้องใช้เวลา 3 ปี ถึงมียอดผู้ใช้ 58 ล้านคน

ตั้งแต่ปี 2011 Line ได้ดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ปี 2013 Line ใช้รายได้จากการขายสติกเกอร์และอีโมจิคอน นำมาบริจาคเงินจำนวน 500,000 เหรียญสหรัฐสำหรับการบรรเทาพายุเฮอร์ริเคนในฟิลิปปินส์

 

Line เริ่มสนใจใน Crypto เเละ Blockchain

วันที่ 20 เมษายน 2018 บริษัทรับส่งข้อความรายใหญ่ของญี่ปุ่นรายนี้ เผยว่าต้องการใช้ทรัพยากรและความสามารถของนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมาก เพื่อพัฒนา blockchain ในการประชุม Dev Week 2011 ที่กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้

ในขณะที่ Euivin Park CTO( chief technology officer) ของLINE กล่าวถึงอนาคตด้าน IT ของบริษัทว่าต้องการนักพัฒนาและวิศวกร 1,000 คน ในแผนพัฒนาระยะยาวของ Line ที่จะช่วยให้แอพพลิเคชันส่งข้อความมีวิวัฒนาการไปสู่ระบบ all-in- one ของแพลตฟอร์มการสื่อสาร

ในระหว่างการประชุม Park ได้เน้นความสำคัญกับเทคโนโลยี blockchain โดยระบุว่ากลุ่มบริษัท Line จะเร่งกระบวนการสร้างระบบ blockchain ที่มี token

ขณะที่ Line มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ญี่ปุ่น เเละมีบริษัทเเม่ชื่อ Naver ที่เป็นบริษัท search engine ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ Park เผยว่าทั้งสองบริษัทจะมีการสร้างห้องปฏิบัติการ blockchain โดยมีจุดมุ่งหมายในการร่วมมือกับโครงการ blockchain ท้องถิ่นในสองประเทศเพื่อเร่งการติดตั้ง mainstream blockchain ที่มีเสถียรภาพ

 

กลยุทธ์ในการเป็นพันธมิตรกับเครือข่าย blockchain ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ในการปรับใช้ DApps

การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ blockchain แห่งแรกของ Line ในกรุงโซลทำให้บริษัทในเครือร่วมมือกับโครงการ blockchain หลายโครงการจากผู้ประกอบการและนักพัฒนาในเกาหลีใต้

เดือนพฤษภาคม Line ได้รับความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ ICON ซึ่งเป็นโครงการ blockchain ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ (คิดตามมูลค่าตลาดในขณะนั้น) ทำกิจการร่วมค้าด้วยกัน (joint venture) เรียกว่า Unchain เพื่อพัฒนา DApps ขึ้นอยู่กับเครือข่าย Link blockchain

ตามประกาศของทีมงาน ICON ว่าบริษัทเลือกที่จะร่่วมมือกับ Line เพื่อที่จะเเลกเปลี่ยนวิศัยทัศน์กันใน 2 โครงการนี้ เพื่อสร้างความโปร่งใสเเละปลอดภัย tokenize economy (กลไกเศรฐกิจที่ดำเนินการด้วย Token เหมือนกับที่เราเเลกชิพเพื่อเล่นพนัน) ที่จูงใจผู้ใช้ตามผลงานของพวกเขาในระบบ ทีมงาน ICON ได้เน้นย้ำว่าการที่จะทำให้ DApps เป็นไปอย่างรวดเร็วจำเป็นต้องมีเครือข่ายขนาดใหญ่และระบบนิเวศของผู้ใช้ก็เป็นสิ่งจำเป็น

เมื่อพิจารณาจากผู้ใช้งาน 200 ล้านคน บน Line ทีมงาน ICON จึงกล่าวว่าจำนวนเหล่านี้จะทำให้ blockchain ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางเเละรวดเร็ว

Lee Hong-kyu,CEO ของ Unchain ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า Line สนใจประโยชน์ที่ได้จากการทำงานร่วมกับเครือข่าย ICON เเละความสามารถทางเทคนิค

ICON blockchain ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเครือข่าย blockchain หลายแบบในโปรโตคอลซึ่งเป็นโครงสร้างที่คล้ายคลึงกับโซลูชันของ Ethereum ในรูปแบบที่หลายเครือข่ายที่ blockchain ทำงานในการประมวลผลข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การร่วมมือกับ ICON ทำให้ Line สามารถเร่งกระบวนการของการติดตั้ง DApp และสร้าง cryptocurrency ของตัวเองได้ในที่สุด แต่เมื่อ Line CTO ,Park ออกมาแถลงในเดือนเมษายนว่า การจัดตั้ง Line blockchain mainnet เป็นเพียงขั้นตอนแรกในการทำให้บริษัทกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรับส่งข้อความของtokenize economy ให้ผู้ใช้ทุกคนได้รับผลตอบเเทนจากการมีส่วนร่วม เช่น สร้างคอนเทนน์ สร้างสื่อ การเล่นเกม เเละเเลกเปลี่ยนทรัพย์สินดิจิทัล

หลายปีต่อจากนี้กลุ่มนักพัฒนาของ Line ต้องทำงานอย่างมากในการพัฒนา DApps และโซลูชัน blockchain ต่างๆ เพื่อให้เเน่ใจว่าระบบของพวกเขาจะรองรับผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนจากทั่วโลกได้

 

ความสามารถในการใช้งานและการนำ cryptocurrency ของ Line ไปใช้จริง

มีคนกลุ่มเล็กๆของผู้ใช้ Cryptocurrency ถามถึงความเป็นไปได้และความจำเป็นของ LINK
ที่เป็น Cryptocurrency ท้องถิ่นของเครือข่าย Link Blockchain ในขั้นตอนนี้การพัฒนา

ในงานเเถลงข่าวของ CEO,Takeshi Idezawa ได้เเสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัท ในการสร้างระบบนิเวศของ DApps ให้ง่ายต่อการใช้งานประจำวัน แต่ไม่ได้นำเสนอการใช้งานเฉพาะของ Link

อีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ ผู้ใช้จะสามารถใช้ LINK เพื่อซื้อสติกเกอร์และ Webtoons จากแฟลตฟอร์มได้เพื่อเป็นเเรงจูงใจใหเลูกค้า เเละเพื่อใช้ในการทำธุรกรรม ก่อนที่เงื่อนไขการใช้งานบางอย่างของ Token จะเปลี่ยนไป

open-source แอปพลิเคชัน เช่น Telegram, Line, KakaoTalk และอื่นๆ เเอปส่งข้อความเหล่านี้หวังผลกำไรจากตลาดขายสติ๊กเกอร์ , อิโมจิและธีมให้กับผู้ใช้ ในอนาคตอันใกล้ Line คาดว่า LINK จะใช้สำหรับการซื้อขนาดเล็กเช่นรายการที่กล่าวมาข้างต้นและเนื่องจากระบบเครือข่าย DApp และ Blockchain เติบโตขึ้น LINK คาดว่าจะมีผลต่อ Line มากยิ่งขึ้น

Line อาจใช้ประโยชน์จาก cryptocurrencies ที่มีอยู่เป็นเเรงจูงใจหลัก เเต่ทีมงาน Line อธิบายว่ากลยุทธ์ระยะยาวของ บริษัท คือการสร้างเครือข่าย blockchain ที่การออกแบบมาให้มีโครงสร้างอำนวยความสะดวกกับ DApps ที่ใช้กับแพลตฟอร์ม Line

มีความเป็นไปได้ว่า LINK blockchain จะพัฒนาเพื่อให้รองรับกับโปรโตคอลที่หลากหลาย

โปรโตคอลแบบ multi-chain จะช่วยให้ Link mainnet สามารถประมวลผลธุรกรรมได้มากกว่าเครือข่าย blockchain อื่นๆ โดยใช้อัลกอริทึมที่เฉพาะตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกรรมของพวกเขา

 

มีข่าวลือว่า Facebookจะเปิดตัวblockchain เเละท่าทีของWeChat

ในเดือนพฤษภาคม ช่วงเดี่ยวกับที่Line เริ่มสำรวจการใช้ blockchain มีแหล่งข่าวอ้างว่า Facebook กำลังพิจารณาการเปิดตัว cryptocurrency ของตนเองซึ่งอาจใช้โดยผู้ใช้ทั่วโลกนับพันล้านคนทั่วโลก

Cheddar David Marcus อดีตรองประธานของ Facebook Messenger นำทีมนักพัฒนา 12 คนเข้าร่วมในการพัฒนา blockchain โดยมุ่งเน้นไปที่วิธีเพิ่มศักยภาพของ blockchain

“Facebook กำลังหาวิธีใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี blockchain เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ทีมงานรุ่นใหม่นี้ได้สำรวจแอปพลิเคชันที่แตกต่างกันมากมาย เราไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมที่จะแบ่งปัน ” Marcus กล่าวอีกว่าการเพิ่มการชำระเงินลงไปมีราคาแพง บริษัทจะพิจารณาเพิ่ม cryptocurrencies ลงบนแพลตฟอร์ม ก็ต่อเมื่อมันมีราคาถูกลง

ท่าทางของ Facebook และ Marcus ทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้ Cryptocurrency เเละข่าวลือก็หนาหูมากยิ่งขึ้นเมื่อ  Marcus ออกจากคณะกรรมการ Coinbase บริษัทนายหน้า เเละ Cryptocurrency wallet ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เดือนที่แล้ว Coinbase กล่าวว่า Marcus ได้ลาออกจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เเต่ Marcus ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider ว่าการจัดตั้งทีมนักพัฒนา Blockchain 12 คนของ Facebook ทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งเดิม

ในหลายเดือนมานี้ แอปพลิดคชันที่รับส่งข้อความ เช่น Line ,Facebook ใหเความสนใจในเทคโนโลยี blockchain กันมากขึ้น เเละต้องการให้เข้ากับ

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเกือบทุกโปรแกรมส่งข้อความที่สำคัญจากบรรทัดไปยัง Facebook,
เปิดเผยถึงความสนใจในการใช้บล็อคหรือการรวม cryptocurrencies เข้ากับแพลตฟอร์มของตน

WeChat แอปพลิเคชันการส่งข้อความ ที่มีผู้ใช้งานมมากกว่า Line ถึง 5 เท่า กลับไม่ได้เเสดงความสนใจในcryptocurrency  หรือใช้ประโยชน์จาก blockchain เพื่อปรับปรุงการใช้งานแพลตฟอร์ม เนื่องจากรัฐบาลจีนออกกฏหมายในการห้ามทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies

ยิ่งกว่านั้น สัปดาห์ที่แล้ว WeChat ได้ถอนธุรกิจ cryptocurrency ทั้งหมดของบริษัท รวมถึงระงับบัญชีของกิจการที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency รายใหญ่ที่ใช้ WeChat ในการเผยแพร่ข้อมูล

 

ระเบียบการ ICO ในญี่ปุ่นเเละเกาหลีใต้

Kakao ซึ่งเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ที่มีส่วนเเบ่งทางการตลาดถึง 90% ประกาศแผนการที่จะปล่อย cryptocurrency ในเร็วๆนี้

เเต่ความคิดนี้ก็ถูกหยุดไปโดยคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) ที่ประกาศว่าว่า Kakao ไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการขายเหรียญในหรือนอกประเทศเกาหลีใต้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กฎระเบียบเกี่ยวกับ ICOs และการซื้อขาย cryptocurrency ในทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในทางบวกมากขึ้น

มีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลเกาหลีจะเปิดใช้งาน ICO และการขายโทเค็น Kakao ซึ่งจะแข่งขันโดยตรงกับ Line and Naver

​​Facebook, Kakao หรือบริษัทอื่น ๆ ที่สำรวจศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี blockchain จะกลายเป็นคู่เเข่งโดยตรงกับทาง Line

 

Article News Review Uncategorized
Writer
  การสมัครรับข้อมูล  
แจ้งเตือนสำหรับ

Maybe You Like