fbpx

Bitcoin กับการเติบโต10ปีที่ไม่ธรรมดา

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง จำนวน Bitcoin ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก 2011 ถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2018 (หน่วย:ล้านเหรียญ) การ Halving ของ Bitcoin จะลดลงทุก4ปี โดยประมาณ การHalvingของBitcoinครั้งแรก เกิดขึ้นในวันที่28เดือนพฤศจิกายนปี2012 ต่อมาคือจำนวนของผู้ใช้งานกระเป๋า Blockchain ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2015 ถึงช่วงปลายปี 2018 ขนาดของ Bitcoin Blockchain จากปี 2010 ถ

Bitcoin กับการเติบโต10ปีที่ไม่ธรรมดา

181
10 Jan 2019

กว่า10ปีมาแล้วที่โลกได้รู้จักกับ Bitcoin สินทรัพย์เข้ารหัสที่โอนถ่ายความมั่งคั่งแบบดิจิทัล
และวันนี้เราจะมาดูกันว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับ10ปีของ Bitcoin

จำนวน Bitcoin ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก 2011 ถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2018 (หน่วย:ล้านเหรียญ)

จำนวน BTC ที่ถูกขุดออกมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกปี2011 ถึงช่วงไตรมาสสุดท้ายปี2018
ปริมาณ BTC ช่วงต้นปี2011 มีจำนวนประมาณ 5.8ล้านเหรียญ
ปริมาณ BTC ช่วงปลายปี2018 มีจำนวนประมาณ 17.45ล้านเหรียญ
จะเห็นว่า ผ่านมา8ปี จำนวนBTC เพิ่มขึ้นมาประมาณ3เท่า

 

การ Halving ของ Bitcoin จะลดลงทุก4ปี โดยประมาณ

การHalvingของBitcoinครั้งแรก เกิดขึ้นในวันที่28เดือนพฤศจิกายนปี2012

และการHalvingครั้งต่อมาก็ตามตารางด้านบนเลย จำนวนBitcoinที่ถูกขุดออกมาจะน้อยลงเรื่อยๆตามการHalvingแต่ละครั้ง โดยการHalvingครั้งล่าสุดทำให้ Bitcoin ถูกขุดออกมาในแต่ละBlockครั้ง(เพื่อจ่ายรางวัลให้คนขุด โดย Bitcoin มาจากค่า 1.Transaction และ 2.Bitcoinที่ยังไม่ได้ถูกขุด ) โดย Bitcoin ที่แจกออกมาให้ Miner(นักขุด) ในแต่ละบล็อกนั้น เป็นค่าTransactionเพียงส่วนนึงเท่านั้น ส่วนที่เหลือยังต้องเอาจาก Bitcoin ส่วนที่ยังไม่ถูกขุด ดังนั้นหากอนาคต Bitcoin ส่วนที่ยังไม่ถูกขุด ถูกขุดออกมาจนหมด นักขุดจะได้รับเพียงส่วนที่1 ซึ่งเป็นค่า Transaction เท่านั้น

 

ต่อมาคือจำนวนของผู้ใช้งานกระเป๋า Blockchain ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2015 ถึงช่วงปลายปี 2018

จากเทรนหรือกระแสคริปโตบูมครั้งล่าสุด ช่วงต้นปี2017ถึงช่วงต้นปี2018 ทำให้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในโลกคริปโตจำนวนมาก จำนวนผู้ใช้งานกระเป๋า Blockchain เพิ่มขึ้นจาก3.17ล้านกระเป๋าในต้นปี 2015 เป็น31.9ล้านกระเป๋าในปลายปี2018 ประมาณ10เท่าในช่วงเวลา4ปี ต้องยอมรับว่ากระแสช่วงเวลานั้นแรงมากจริงๆ ขนาดตัวผู้เขียนเองไปวิ่งที่สนามกีฬาแถวบ้าน ยังได้ยินน้าคนข้างๆพูดคุยเรื่อง Bitcoin กัน และการทำกำไรจากช่วงเวลานั้นก็ถือว่าทำได้เป็นกอบเป็นกำเลย คนลงICOช่วงปลายปี2017 น้อยมากที่จะขาดทุน ส่วนมากจะทำกำไรมหาศาลด้วยซ้ำ สูงสุดของICOช่วงนั้น(100x)ในช่วงสั้นๆ อย่างICON(ICX) เหรียญระดมทุนจากเกาหลี

แม้ว่าปี2018ตลาดอยู่ในขาลง เราจะพบว่าคนส่วนมากขาดทุนอย่างมหาศาล จากราคาที่ร่วงลงมา ETHราคาจาก 50,000 บาท ลงมาเหลือเพียง 4,800 บาท (ราคาอ้างอิงวันที่6มกราคม2019 เว็บbx.in.th) และ ETH ก็เคยลงไปต่ำสุดที่ราคาต่ำกว่า 3,000 บาท เราจะพบคนจำนวนมากเลิกเทรด หรือเดินออกจากตลาดไป แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ จำนวนกระเป๋า Blockchain ไม่ได้ลดลงเลย กลับเพิ่มขึ้นในอัตราเดิมด้วยซ้ำ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ การที่ตลาดราคาลงอาจทำให้นักเทรดบางส่วนออกจากตลาดไป แต่การที่ราคาลงก็ทำให้นักเทรดหน้าใหม่เข้ามาสู่ตลาดนี้เช่นกัน มีนักเทรดหน้าใหม่หลายท่านที่เข้ามาเก็บของในตลาดช่วงที่ลง ไม่เพียงนักเทรดหน้าใหม่เท่านั้น จากกระเป๋า Bitcoin ของพวกวาฬ(คนที่มีBitcoinจำนวนมาก) กลับมีจำนวน Bitcoin เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

ในประเทศจีน Bitcoin ถือเป็นอิสรภาพทางการเงินสำหรับเศรษฐีจีน ในการขนความมั่งคั่งออกนอกประเทศ เพราะหากคุณขนเงินหยวนออก จะต้องผ่านระบบทางการของจีนหลายขั้นตอน คนจีนที่มีฐานะจำนวนนึง เริ่มเก็บ Bitcoin เพราะสะดวกในการขนย้าย บางคนเก็บมาตั้งแต่ช่วงปี2011แล้วด้วยซ้ำ (สำหรับความสะดวกเห็นด้วย แต่ก็ต้องเก็บ PrivateKeyให้ลูกหลานให้ดีนะ เพราะถ้าเก็บแต่ Bitcoin แล้วตายหรือหายขึ้นมา ลูกหลานจนแกลบเลย)

 

ขนาดของ Bitcoin Blockchain จากปี 2010 ถึงปี 2018 รายไตรมาส

โดยจะสรุปในไตรมาสสุดท้ายของแต่ละปีออกมา

ปี2010 : 10 MB (0.010GB)

ปี2011 : 631 MB (0.6310GB)

ปี2012 : 4,255 MB (4.255GB)

ปี2013 : 13,468 MB (13.468GB)

ปี2014 : 27,805 (27.805GB)

ปี2015 : 53,647 (53.647GB)

ปี2016 : 96,236 (96.236GB)

ปี2017 : 149,113.62 (149.113GB)

ปี2018Q3 : 184,622 (184.622GB)

 

โดยตัวเลขวันที่5มกราคม2019 Blockchain Size ของ Bitcoin อยู่ที่ 197,792 MB หรือ (197.792GB)

จากกระแสการบูม Bitcoin ครั้งล่าสุดเมื่อปีต้นปี2017 ถึงช่วงต้นปี2018 ทำให้ผู้ใช้งาน Bitcoin มากขึ้น มีการโอน Bitcoin ไปมามากขึ้น ยอดธุรกรรม และขนาดบล็อกของ Bitcoin จึงเพิ่มขึ้น

สมัยแรกที่ผู้เขียนเทรด(2016)Bitcoinครั้งแรกนั้น ค่าส่งของ Bitcoin หากเทียบเป็นหน่วยBTCถือว่าเยอะมาก

แต่สมัยนั้นราคาของ Bitcoin ยังไม่แพงมาก จึงถือว่าพอรับได้ เพราะหุ้นหรือพวกเทรดหุ้นนอกที่เทรดประจำ ก็เสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเหมือนกัน แต่หลังจากวันที่ 15มีนาคมปี2018 ค่าโอน Bitcoin ถูกลง จากการเปิดใช้งาน Lightning Network จาก Lightning Lab ซึ่งมีผู้บริหารสาวแกร่งนำทีมอย่าง Elizabeth Stark , สำหรับค่าโอน Bitcoin ในตอนนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่าค่อนข้างถูก แต่หากคุณจะเข้ามาในตลาด คุณต้องยอมรับนะว่าราคามันไม่ได้นิ่งหรอก บางวันมันขึ้น บางวันมันลง บางวันมันนิ่ง ที่สำคัญช่วงไหนที่มันเหวี่ยงแรง มันอาจทำให้คุณกำไรมาก หรืออาจขาดทุนจนหมดตัวได้เช่นกัน

Blockchian Size ของ Bitcoin เมื่อก่อนจะมีการบันทึกพยาน (Witness) ลงไปในแต่ละ Transaction และแต่ละ Block และด้วยความจุอันน้อยนิดของBitcoin Blockchain ที่ประมาณ1MBต่อบล็อก ทำให้รับธุรกรรมต่อบล็อกได้ในปริมาณจำกัดเท่านั้น แต่ด้วยการ HardFork วันที่1สิงหาคม2017 ทำให้มีการตัดพยานออก หรือที่รู้จักกันในชื่อ Segwit (Segregated Witness)

Article
Writer
  การสมัครรับข้อมูล  
แจ้งเตือนสำหรับ

Maybe You Like