Blockchain และ Crypto ในตลาดแรงงาน

9 ม.ค. 2019
ยอดผู้เข้าชม : 213

Blockchain และ Crypto ในตลาดแรงงาน

Blockchain และ Crypto ในตลาดแรงงาน: ภาพรวมของภาษี เงินเดือน และสายสานที่ต้องการ

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาตลาด cryptocurrency ได้แสดงให้เห็นว่าเข้าสู่ตลาดหมี ด้วยราคา crypto ต่ำสุดในรอบปี นี่คือสิ่งที่ทำให้บริษัท blockchain ต้องคิดโมเดลธุรกิจของพวกเขาใหม่และลดพนักงาน

อย่างไรก็ตามราคาที่ตกต่ำไม่สามารถหยุดอุตสาหกรรม blockchain จากความต้องการทรัพยากรมนุษย์ในสายงานนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังที่เห็นได้การรับสมัครงานของตำแหน่งงานว่ที่เกี่ยวข้องกับ blockchain และทรัพย์สินดิจิทัล จากการศึกษาล่าสุดโดย Glassdoor

งานที่เกี่ยวกับ blockchain มีความต้องการมากขึ้น

นักวิเคราะห์ของ LinkedIn คาดว่ามีตำแหน่งว่าง 645 ที่แท็กด้วยคำว่า “blockchain” ,”Bitcoin” หรือ “cryptocurrency” บนเว็บไซต์ในปี 2016 ในปี 2017 ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,800 และ 4,500 ตำแหน่ง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมปีนี้ ณ ตอนนี้ระบบการค้นหาของ LinkedIn แสดงให้เห็นว่ามี 13,816 รายการที่เกี่ยวข้องกับ blockchain และ 2,479 รายการที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency

การคาดการณ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากรายงานล่าสุดของ Glassdoor ที่เผยแพร่เมื่อวันที่สิงหาคม 2018 บริษัทในสหรัฐอเมริกาประกาศรับสมัคร 1,775 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี blockchain ซึ่งเพิ่มขึ้น 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ตามที่ Glassdoor ระบุไว้ในรายงานว่า กว่า 79 % ของตำแหน่งว่างที่ประกาศรับสมัครอยู่ใน 15 เมืองใหญ่ของอเมริกาและภูมิภาคที่มีความต้องการมากที่สุด ในรายงานระบุว่านิวยอร์กและซานฟรานซิสโกมีสัดส่วน 24% และ 21 %ของจำนวนงานอุตสาหกรรม crypto ทั้งหมด รวมเเล้วมีตำแหน่งว่างให้ blockchain และ cryptocurrency ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 3,900 ตำแหน่ง

นักพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงที่สุด โดยมีตำแหน่งว่างถึง 19 %ที่นายจ้างกำลังมองหาพนักงานที่ตกอยู่ในหมวดหมู่นี้ นอกจากโปรแกรมเมอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคในอุตสาหกรรม crypto แล้วยังมีปัญหาการขาดแคลนผู้จัดการผลิตภัณฑ์,นักวิเคราะห์ความเสี่ยงและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด อีกด้วย

เทรดเดอร์เเละนักวิเคราะห์การลงทุนไม่ได้เป็นมืออาชีพที่เป็นที่ต้องการมากในอุตสาหกรรม crypto แต่มีตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาใหม่ๆที่ปรากฏขึ้นหลังจากความนิยมของเทคโนโลยี blockchain เช่น “ กระจายอำนาจทางการเงิน”,  “ กระจายอำนาจในอินเทอร์เน็ต” และ“ ความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์” เป็นต้น

อย่างไรก็ตามหากดูในช่วง 3 ดือนที่ผ่านมา ภาพรวมดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมจาก platform หางานของ Cointelegraph พบว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2017 ถึงตุลาคม 2018 ความสนใจของผู้หางานที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin blockchain และ cryptocurrency ลดลง 3% ในขณะที่นายจ้างสนใจหาคนที่ทำงานในส่วนนี้เพิ่มขึ้น 25.49% ซึ่งต่างจากปีก่อนทั้ง 2 ฝ่าย

ถ้าดูข้อมูลในปี 2016-2017 ผู้สนใจหางานที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin, blockchain และ cryptocurrency เพิ่มขึ้น 481.61 % ในขณะที่นายจ้างสนใจหาคนที่ทำงานในส่วนนี้เพิ่มขึ้นขึ้น 325 %

ดังแสดงในกราฟด้านล่าง

 

วันนี้ IBM, ConsenSys และ Oracle มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่ละแห่งมีตำแหน่งว่างในสายนี้มากกว่า 200 ตำแหน่ง ตามที่ Glassdoor รายงานพวกเขากลายเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งของผู้นำในอุตสาหกรรม crypto exchanges ในขณะที่ Coinbase และ Kraken มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณภาพจำนวนมาก รายชื่อบริษัทใหญ่เหล่านี้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน blockchain เเละมีบริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่อย่าง Accenture และ KPMG เข้ามาอยู่ในรายชื่อด้วย ในเวลาเดียวกันยังมีความต้องการบุคคลากรด้าน blockchain จากบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Facebook, Google and Apple อีกด้วยความต้องการผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม crypto ไม่ได้จำกัดอยู่เเค่ในอเมริกัน เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Cointelegraph รายงานว่าจำนวนตำแหน่งว่างที่เกี่ยวข้องกับ blockchain และ cryptocurrency เพิ่มขึ้น 50% ในออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์และมาเลเซีย เมื่อเทียบกับปี 2017 ในขณะเดียวกัน developer ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาโปรแกรม Python เป็นที่ต้องการมากที่สุดในหมู่ผู้สมัคร

 

เงินเดือน “ 5 แสน”  และ “แพ็คเกจที่เสียสติ”

การขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ หมายถึง เงินเดือนที่สูงขึ้นสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน blockchain ตามที่คาดการณ์โดย Glassdoor เงินเดือนเฉลี่ยสำหรับพนักงานในสายนี้ คือ $84,884 ต่อปี คืดเป็นร้อยละ 62 สูงกว่าค่าจ้างเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกาที่ $ 52,461 ต่อปี ในเวลาเดียวกันเงินเดือนอาจอยู่ในช่วงตั้งแต่ $ 36,046 สำหรับนักพัฒนารุ่นน้อง ถึง $ 223,667 ต่อปีสำหรับวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีคุณสมบัติเพียงพอ

นักพัฒนา Blockchain ที่มีประสบการณ์ 3 ถึง 5 ปีสามารถมีรายได้ “ 5เเสนดอลลาร์” ต่อปี ตามที่บริษัท Blockchain Developers บริษัทจัดหางานระบุไว้ ในขณะเดียวกันนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าผู้เข้าใหม่สามารถมีเงินเดือนได้สูงกว่า “ 120,000ดอลลาร์ ”ต่อปี

ผู้บริหารของ Blockchain Developers ยังกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนในอุตสาหกรรม blockchain และ cryptocurrency นาย David Schwartz หัวหน้า cryptographer ที่ Ripple กล่าวว่าแพ็คเกจการจ้างงานออกอาการ “เสียสติ” ตั้งแต่ “การ ICOs ที่ทิ้งเงินจำนวนมากในอุตสาหกรรม”  โดยเฉพาะผู้พัฒนา Ripple 2 คนได้รับข้อเสนอโบนัสการเซ็นสัญญา 1 ล้านดอลลาร์

ปัจจุบันเงินเดือนเฉลี่ยของวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ Ripple อยู่ที่ $ 125,000 ซึ่งประเมินโดย Glassdoor ในเดือนพฤษภาคม 2018 เนื่องจากความจริงที่ว่าทำงานเดียวกันเเต่อยู่ที่อื่นได้รับเงินเเค่ $ 85,000 จากการประเมินของ Paysa ดูเหมือนว่าราคาของ crypto จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินเดือนของนักพัฒนาเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ที่ Ripple

 

ตามที่ Alex Ferrara หุ้นส่วนของ Bessemer Venture Partners ซึ่งลงทุนในกองทุน crypto กล่าวไว้ว่า นายจ้างบางรายเจาะจงลดลงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้นักพัฒนา เช่น “ความกังวลเกินจริง” คือ “ส่งผลกระทบต่อการก้าวของการพัฒนา โปรเจ็กต์เหล่านี้อันตรายและมีหลายอย่างที่อยู่เบื้องหลังกำหนดการเปิดตัวของพวกเขา”

ความเป็นจริงอุตสาหกรรม blockchain ในปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากตลาด cryptocurrency ที่ลดลง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดการขาดแคลนพนักงาน เนื่องจากการระดมทุนผ่าน ICO นั้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าการระดมทุนปกติ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถเเละต้องการเปิดโครงการของตัวเองได้เริ่มรวมทีมพัฒนาของพวกเขา เช่นเดียวกับกรณีของ Amber Baldet ผู้นำทีม blockchain ของ JPMorgan Chase ออกจากบริษัท เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อเริ่มโครงการของตัวเอง เป็นผลมาจาก “forks” ภายในบริษัท การขาดแคลนบุคลากรกำลังกลายเป็นปัญหารุนแรง

 

Who needs salaries in crypto?

ความนิยมของ cryptocurrency ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าตอบแทนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แม้ว่าจะไม่เพิ่มเร็วนัก ในวันที่ 17 กันยายน HR ของ Startup ชื่อ Chronobank เผยแพร่ผลการสำรวจผู้มีส่วนร่วมใน crypto 445 คนจากทั่วโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลียและรัสเซีย โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า พวกเขาต้องการเงินสกุลไหนเป็นค่าจ้าง

2 ใน 3 (66 %) ระบุว่า พวกเขาต้องการรับค่าจ้างในการทำงานเป็น Bitcoin หรือ cryptocurrencies อื่น ๆ  ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (83 %) ระบุว่าพวกเขาสนับสนุนการรับโบนัสเป็นเงินดิจิทัล จากการสัมภาษณ์บุคคล 72 % กล่าวว่า เมื่อเลือกงานต่อไปของพวกเขาพวกเขาต้องการนายจ้างที่มีความสามรถในการจ่ายเงินเดือนในสกุลเงินดิจิตอล

1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาต้องการเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอลที่ได้มาเป็นเงินสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามยังเชื่อว่า หากพวกเขาได้รับเงินเดือนเป็นสกุลเงินดิจิตอลพวกเขาจะใช้จ่ายน้อยกว่าที่พวกเขาทำ

ผลการสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยแพลตฟอร์ม peer-to-peer (p2p) ของ Humans.net  แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความพร้อมในระดับสูงของชาวอเมริกันที่ต้องการรับเงิน cryptocurrencies 11 % จากฟรีแลนซ์จำนวน 1,100 คนตอบว่า ต้อรับจ่ายเงินเดือนเป็นเงินดิจิทัลและ 18 % แสดงความต้องการที่จะได้รับส่วนหนึ่งของค่าจ้างเป็น crypto

ปัจจุบันค่าจ้างในสกุลเงินดิจิตอลได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม Michael Arrington บรรณาธิการ TechCrunch ได้ทวีตว่า CEO ของ Binance Changpeng Zhao บอกกับเขาว่า 90% ของพนักงานต้องการรับเงินเดือนเป็น token ทีมีพื้นฐานของ Binance Coin (BNB)

เดือนธันวาคม 2017 จากข้อมูลรับสมัครงานบนเว็บไซต์ GMO Internet ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านไอทีในโตเกียวประกาศแผนการที่จะจ่ายเงินเดือนเป็นสกุลเงินดิจิตอล บริษัทตั้งใจที่จะจ่ายสูงถึง 100,000 เยน (หรือ $ 884) ให้กับพนักงานกว่า 4,000 คนต่อเดือนด้วย Bitcoin ทาง Bitcoin.com ยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับเงินเป็นBitcoin Cash

อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าจ้างด้วย cryptocurrency ไปไกลกว่านั้น ในเดือนสิงหาคม สโมสรฟุตบอลกึ่งอาชีพ “Gibraltar United” ประกาศแผนการจ่ายเงินเดือนผู้เล่นด้วย cryptocurrency ที่เรียกว่า Quantocoin เจ้าของสโมสร Pablo Dan เชื่อว่าการใช้เงินดิจิตอลให้ความโปร่งใสมากขึ้นและที่สำคัญที่สุดคือปัญหาทางการเงินของนักฟุตบอลต่างชาติที่เล่นให้ทางสโมสร ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การให้เงินเดือนเป็นสกุลเงินดิจิตอลจะช่วยให้ บริษัทระหว่างประเทศดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆมาได้

“ บริษัทในสหรัฐหลายแห่งจ่ายเงินคนงานต่างประเทศเป็น Bitcoin เพราะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งบริษัทและพนักงานได้” นักวิเคราะห์ของ Bloomberg แนะนำตามสถิติบนเว็บไซต์ของ บริษัทว่า เกือบ 200 บริษัทใช้ Bitwage ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้พนักงานและฟรีแลนซ์ ได้รับการเงินเป็น cryptocurrency ตามการประเมินของ Bloomberg Law มีลูกค้าประมาณ 65 % ของ Bitwage เป็นบริษัทในสหรัฐอเมริกา และ 95% ของบริษัทเหล่านี้ใช้เพื่อจ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติ

สถิติบนเว็บไซต์ของ Bitwage แสดงให้เห็นว่า เหล่านี้จ่ายเงินให้พนักงานมากกว่า 31 ล้านดอลลาร์ผ่านบริการนี้ ลูกค้าของเขารวมถึง Google, Facebook, Uber และ Airbnb ด้วย

สำหรับบางคนการชำระเงิน cryptocurrency เป็นมากกว่าการทำธุรกรรมรูปแบบใหม่ คนงานในภูมิภาคนี้ เช่น ละตินอเมริกา ซึ่งไม่มีระบบธนาคารที่ครอบคลุมหรือไม่มีสกุลเงินที่มั่นคงจะได้รับเงินเป็น cryptocurrency ตัวอย่างเช่นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในเวเนซุเอลาได้รับโอกาสทางธุรกิจและรายได้มากขึ้นจากการถือกำเนิดของ Bitcoin อย่างไรก็ตามการรับค่าจ้างเป็น cryptocurrency จะต้องเกี่ยวข้องกับการชำระภาษี

 

การเก็บภาษี

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การจ่ายเงินเดือนด้วย cryptocurrency ไม่แพร่หลายนัก คือการขาดกฎหมายที่ชัดเจนรวมถึงภาษี วันนี้แนวทางการกำกับดูแลของประเทศต่าง ๆ และมุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับการเก็บภาษีเงินดิจิทัลแตกต่างกันมาก

ในสหภาพยุโรป ไม่มีข้อบังคับพิเศษสำหรับควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล การเก็บภาษีการทำธุรกรรม crypto จะถูกควบคุมโดยกฎหมายของแต่ละประเทศ เป็นผลให้ฝรั่งเศส สกุลเงินดิจิทัลต้องเสียภาษีกำไรจากการขายอยู่ที่ 14-45 % เยอรมนีจะไม่เรียกเก็บภาษีใด ๆ ตราบใดที่มีการใช้ cryptocurrency เป็นวิธีการชำระเงิน และ Bitcoin ม่มีสถานะทางกฎหมายที่แน่นอนในอังกฤษ แต่โดยทั่วไปถือว่าเป็นสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสินค้าและบริการ

ประเทศในแถบเอเชียเสนอวิธีที่ต่างออกไปในการเก็บภาษีจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ crypto  

-ในสิงคโปร์ หากสกุลเงินดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน กำไรจากการขายจะไม่ถูกหักภาษีเนื่องจากถือเป็นกำไรในส่วนทุน(capital gains) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเงิน แต่เป็นบริการ ดังนั้นจึงมีการเก็บภาษีสินค้าและบริการ (VAT)  

-ในประเทศจีนธุรกรรม cryptocurrency ต้องเสียภาษีรายได้และภาษีกำไรส่วนทุน(capital gains)และจำนวนภาษีที่ต้องเสียขึ้นอยู่กับรายได้ที่ได้รับมา

-ชาวญี่ปุ่นถูกเรียกเก็บเงิน15 ถึง 55 % สำหรับกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin

ในออสเตรเลียการทำธุรกรรม cryptocurrency ต้องเสียภาษีรายได้

ในแคนาดาพวกเขาต้องเสียภาษีรายได้และกำไรจากการลงทุนสูงถึง 50% ของรายได้ที่ได้รับ ในสหรัฐอเมริกาเจ้าของ cryptocurrency จ่ายภาษีเป็นเงินดิจิทัลตามที่ทำกับทรัพย์สิน

 

Blockchain ในการสรรหา

เทคโนโลยี blockchain และ cryptocurrency ได้ให้กำเนิดงานรูปแบบใหม่ เเละ business models ที่พึ่งพาการมีส่วนร่วมของบุคคลที่3 อาจล้าสมัยมากขึ้น บรรทัดล่างคือ smart contracts  – การกระจายอำนาจ , ข้อตกลงทางการค้าแบบดิจิทัล -ที่ควบคุมการปฏิบัติตามข้อตกลงของทุกฝ่ายและจัดการกระแสการเงินที่จำเป็นทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้บุคคลที่3 เป็นคนกลาง

ในขณะเดียวกันการไกล่เกลี่ยถือเป็นบริการส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจสมัยใหม่ ในสัญญาแบบดั้งเดิมที่ใช้ธนาคาร, โบรกเกอร์, เจ้าหน้าที่, นายหน้าและอื่น ๆ เป็นตัวกลางในการอธิบายถึงเงื่อนไขของการทำธุรกรรม ร่างแบบเอกสาร ตรวจสอบการดำเนินการตามข้อตกลงและจัดสรรส่วนสำคัญของการชำระเงิน

Smart contracts ทำงานโดยอัตโนมัติและสร้างความมั่นใจในผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายอย่างรวดเร็วเเละไม่เสียค่าใช้จ่าย ยิ่งไปกว่านั้นการที่ไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลใน blockchain ได้นั้นจะระดับความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดในการทำธุรกรรม กำจัดความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและการหลอกลวงออกไป โดยทั่วไป Smart contracts หนึ่งฉบับสามารถแทนที่ห้องที่เต็มไปด้วยทนายความ, บริษัทนายหน้า, ผู้จัดการความเสี่ยงและผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆที่ทำงานนี้

นอกเหนือจากการดูแลในส่วนของแรงงานภายในบริษัทแล้ว เทคโนโลยี blockchain

ยังเป็นยาวิเศษสำหรับอุตสาหกรรมฟรีเเลนซ์ ในช่วง2-3ปีที่ผ่านมา ขนาดของงานทางไกลทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและคาดว่ายังขยายตัวต่อในบางภาคส่วน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกา Robert Reich ได้คำนวณว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 40 %ของแรงงานในสหรัฐฯจะเป็นฟรีแลนซ์ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้อาจนำไปสู่ปัญหาบางอย่างเนื่องจากฟรีแลนซ์ไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นพนักงานเต็มเวลา ซึ่งหมายความว่าพวกเขายังคงอยู่นอกขอบเขตของการประกันสุขภาพบำนาญและผลประโยชน์ทางสังคมอื่น ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาถูกบังคับให้ใช้แพลตฟอร์มรวบรวมงานส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ของลูกค้าไม่ใช่ของฟรีเเลนซ์ นอกจากนี้แพลตฟอร์มดังกล่าว เช่น Upwork ซึ่งเรียกเก็บเงินมากถึง 20 % ของค่าตอบเเทนเเละค่าปรับที่ส่งงานช้า

บางโครงการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี blockchain เพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับเหล่าฟรีเเลนซ์ บางแห่งให้บริการฟรีแลนซ์ที่ใช้ประโยชน์จาก blockchain เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับค่าใช้จ่ายในวันหยุดพักผ่อนและเงินป่วยยามจำเป็น ส่วนโซลูชันอื่น ๆ นำเสนอระบบที่ใช้ blockchain สำหรับการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างลูกค้ากับฟรีแลนซ์ แพลตฟอร์มบางแห่งกำลังใช้ blockchain-powered Human Resource Bank เพื่ออนุญาตให้มีการจับคู่ p2p ของนายจ้างที่มีศักยภาพกับผู้รับงาน บนพื้นฐานของของข้อมูลที่ตรวจสอบได้ของผู้ใช้ทั้งหมดและไม่มีความเป็นไปได้ที่จะปลอมแปลง

การใช้เทคโนโลยี blockchain ใน social networks และเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตสำหรับฟรีเเลนซ์ แสดงให้เห็นถึงความต้องการแก้ปัญหาอย่างสูงในอุตสาหกรรมนี้ โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและ cryptocurrencies การยกเว้นคนกลาง,การสื่อสารโดยตรง,ระบบให้คะเเน คือสิ่งที่ blockchain นำมาสู่อุตสาหกรรมแรงงานนี้

 

จะเกิดอะไรต่อ

ก้าวของการพัฒนาและการประยุกต์ใช้ blockchain และ cryptocurrency ในชีวิตประจำวันน่าจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและทัศนคติของรัฐบาลแต่ละประเทศ ประเทศที่เป็นมิตรกับ cryptocurrency นั้นก็เป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี blockchain อยู่แล้ว

ผู้อยู่อาศัยในฟลอริดาต้องชำระภาษีทรัพย์สิน,ใบขับขี่,บัตรประชาชนและหมายเลขรถยนต์เป็น cryptocurrencies อาจใช้ Bitcoin และBitcoin Cash ในการชำระเงินผ่าน BitPay

นขณะเดียวกันในปี 2017 จีนได้ห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิตอล, ICO หรือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล ผลที่ได้คือการไหลเวียนของเงินดิจิตอลลดลง 10 เท่า ตามที่ธนาคารกลางของประเทศระบุไว้ ส่วนแบ่งของเงินหยวนในตลาด Bitcoin ลดลงจาก 90% เหลือ 1% และมี crypto exchange 88 แห่ง กับ blockchain startups 85 เเห่งที่เปิดดำเนินการในจีนตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2017 ออกจากประเทศไป ส่งผลให้จำนวนของผู้ที่ต้องการรับเงินเดือนเป็น Bitcoin ลดลง

ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อการยอมรับสกุลเงินดิจิตอลในตลาดแรงงาน คือ ราคาของสกุลเงินดิจิตอล ในตอนนี้ราคา cryptocurrencies ส่วนใหญ่มีความผันผวนและทำให้ความสนใจของตนงานที่ต้องการรับค่าจ้างเป็นสกุลเงินดิจิทัลลดลงอย่างมาก

แม้ราคาของ cryptocurrencies จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่กำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้าน blockchain แม้ว่าจำนวนใบสมัครโดยรวมจะลดลง 3% บริษัทขนาดใหญ่ เช่น IBM และ Microsoft ยังยินดีลงทุนระยะยาวใน blockchain

 

Leave a Reply

Advertisment ad adsense adlogger