fbpx

Unwind Core Relation ความสัมพันธ์เมื่อเงินไหลกลับ

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง โดยรูปแรกเป็นรูปคือทอง สิ่งที่มนุษย์ส่วนมากให้ค่ามัน ว่าเป็นที่เก็บมูลค่าที่ปลอดภัยในยามวิกฤต (Safe Haven Asset) ต่อมาเป็นดัชนีดาวน์โจนของสหรัฐอเมริกา (DJI) สุดท้ายคือ BTCUSD มูลค่าของ Bitcoin เมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์ จะบทความก่อนหน้า QE Unwind ( www.blockchain-review.co.th/blockchain-review/qe-unwind-and-crypto ) บทความนี

Unwind Core Relation ความสัมพันธ์เมื่อเงินไหลกลับ

28 Nov 2018

จะบทความก่อนหน้า QE Unwind ( www.blockchain-review.co.th/blockchain-review/qe-unwind-and-crypto )
บทความนี้ผมได้นำรูปความสัมพันธ์ของสินทรัพย์ต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี2018 หลังเริ่มมีการดึงเงินหลัง (QE Unwind)

โดยรูปแรกเป็นรูปคือทอง สิ่งที่มนุษย์ส่วนมากให้ค่ามัน ว่าเป็นที่เก็บมูลค่าที่ปลอดภัยในยามวิกฤต (Safe Haven Asset)

จากรูปที่เห็น เมื่อมีการดึงเงินกลับ สินทรัพย์ทองมีราคาลดลงมา ตั้งแต่ช่วงราคา 1300ดอลลาร์ ไหลลงมาจนทะลุ 1200ดอลลาร์ ถือว่าเป็นราคาต่ำสุดในรอบปี

ต่อมาเป็นดัชนีดาวน์โจนของสหรัฐอเมริกา (DJI)

Dow Jones Industrial Average (DJIA) หรือ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ คือ ดัชนีที่คิดคำนวณจากหุ้นบลูชิพ(หุ้นพื้นฐานดี มีการเติบโตที่ดี) จำนวน 30 ตัวที่ซื้อขายใน New York Stock Exchange และ Nasdaq ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบริษัททั้ง 30 แห่งนั้นเป็นที่รู้จักอย่างดี เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมและมีขนาดใหญ่มาก จะเห็นว่า เมื่อมีการดึงเงินกลับในแต่ละเดือน ดัชนีมีการผันผวน จากการเทขายสินทรัพย์

 

 

สุดท้ายคือ BTCUSD มูลค่าของ Bitcoin เมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์

Bitcoin เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในทั้ง3กราฟที่ยกขึ้นมา ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง Bitcoin จะเปลี่ยนแปลงหนักเสมอ
ผมคิดปัจจัยที่เกิดขึ้นคือ การดึงเงินกลับ และการเก็งกำไร ทำให้การเปลี่ยนแปลงของ Bitcoin มากกว่าสินทรัพย์ในกลุ่มอื่นค่อนข้างมาก

ทั้งสามกราฟมีจุดเชื่อมโยงสำคัญคือ เมื่อเกิดการดึงเงินกลับในแต่ละเดือน สินทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน คือตกเหมือนกัน มากน้อยแล้วแต่ความกลัวของคนในตลาด มีกลุ่มคนที่ต้องคืนเงินจากการ QE Unwind ถือสินทรัพย์ทุกตลาด พวกเขาจะเทขายมันออกมาทุกเดือนตามการเรียกเงินคืน ดังนั้น Bitcoin ทองคำ หรือ DJI ก็มีการขายจากคนกลุ่มแรกก่อนเสมอ

จากนั้นความโลภ-ความกลัวก็จะทำงาน คนที่เห็นราคาสินทรัพย์ตกลงไป และยอมรับไม่ได้ ก็จะเทขาย จุดนี้ทำให้ราคาของสินทรัพย์แต่ละตลาดต่างกัน โดยตลาดของ Bitcoin เทรดได้แบบ24/7 คือเทรดได้ทุกเวลา ทั้งสัปดาห์ และไม่มีเพดานราคา ไม่มีสินทรัพย์อ้างอิง มีคนเก็งกำไรมากกว่าลงทุน ทำให้เมื่อความกลัวทำงาน Bitcoin และกลุ่ม Cryptocurrency จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาลงมากกว่ากลุ่มสินทรัพย์อื่นเสมอ

ภายใต้สถานะการที่ความคล่องตัวหายไปจากตลาด สินทรัพย์เก็งกำไรเจะเป็นสิ่งแรกที่มีการเทขาย และ Bitcoin คือหนึ่งในนั้น
การ Unwind นั้นจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยอีก 3-4 ปี ผมอยากแนะนำให้ท่านตัดสินใจให้ดี
ในช่วงที่ตลาดไม่น่าเสี่ยงแบบนี้ ท่านมีสิทธิ์ที่จะนำเงินไปทิ้ง มากกว่านำเงินไปต่อยอด

อีกความเสี่ยงในระดับมหภาคคือ กำหนดครบอายุตราสาร หรือ Maturity Date ของตราสาร อยู่ในช่วง2019-2021ทั้งสิ้น
หากเจ้าของตราสารพวกนี้ ไม่ต่อตราสารและต้องการขอเงินคืน และหากคนที่ยืมเงินไปด้วยการออกตราสารอาจจะไม่มีเงินคืน
ตราสารเหล่านั้นจะเกิดการ Default และอาจทำให้บริษัทนึงล้มละลายได้เลย และเมื่อตราสารจำนวนมากกำเนิดอายุพร้อมๆกัน
ในกรณีเลวร้ายที่สุด คือบริษัทจำนวนมากไม่อาจจ่ายตราสารหรือตั๋วเงินได้ เราอาจได้เห็นวิกฤตอีกครั้ง หรือไม่ก็เกิดสภาพชะลอตัวหนัก

ทางออกที่ดีที่สุดคือ ไม่ใช่ถามคนรอบข้างว่าขายดีไหม แต่ท่านลองนั่งทบทวนดูว่า
จะจัดการกับสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งของท่านอย่างไร ให้อยู่รอดปลอดภัย
และทั้งหมดที่ผมกล่าวมาเป็นเพียงความเห็นเท่านั้น

Happy Selling
ขอบคุณครับ

0 0 vote
Article Rating
Article
Writer
การสมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนสำหรับ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Maybe You Like

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x