fbpx

DeFi WTF!! Guide Book เส้นทางสู่การเป็นชาวนาดิจิทัล ตอนที่ 5 ผลตอบแทนที่สูงจาก DeFi ได้มาอย่างไร?

ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง ผลตอบแทนจากการใช้งาน ผลตอบแทนจาก Governance Token Governance Token มีค่าได้อย่างไร? Governance Token เอาไปทำอะไรได้บ้าง? ทำความเข้าใจหลักการรักษาสมดุลราคาเหรียญของระบบ AMM การทำงานของฟาร์มซิ่งและการปั่นผลตอบแทน APY ด้วย Pool ของ Governance Token สวัสดีครับวันนี้โดยปกติแล้วผลตอบแทนใน DeFi ทั่วไปนั้นจะมีผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝา

DeFi WTF!! Guide Book เส้นทางสู่การเป็นชาวนาดิจิทัล ตอนที่ 5 ผลตอบแทนที่สูงจาก DeFi ได้มาอย่างไร?

6 Apr 2021

สวัสดีครับวันนี้โดยปกติแล้วผลตอบแทนใน DeFi ทั่วไปนั้นจะมีผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในระบบ Traditional Finance ซึ่งโดยทั่วไปเราจะเห็นผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 7-20% ของ Stablecoin แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เล่นมาซักพักก็จะเห็นว่าผลตอบแทนของ DeFi ในบางคู่เหรียญนั้นสูงมากจนถึงระดับ 1000% เลยทีเดียว ซึ่งคำถามคือมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจะมาเล่าให้ฟังกัน

 

ผลตอบแทนจากการใช้งาน

จากที่เราได้อธิบายในตอนแรกๆไปแล้วว่าโดยทั่วไปนั้นแพลตฟอร์ม DeFi นั้นจะนำค่าธรรมเนียมอันเกิดจากการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วไปมาจ่ายให้แก่ผู้ที่ฝากเงินเป็นสภาพคล่องเข้าไปในแพลตฟอร์มเช่น

 

  • แพลตฟอร์ม Swapping ของ Uniswap หรือ PancakeSwap ที่นำค่าธรรมเนียมของผู้ที่มาแลกเปลี่ยนคู่เหรียญมาจ่ายให้คนที่ฝากเหรียญในระบบ
  • แพลตฟอร์มกู้ยืมอย่าง Compound หรือ Venus ที่นำดอกเบี้ยของผู้กู้มาจ่ายให้แก่ผู้ที่ปล่อยกู้ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้ ก็จะแปรผันไปตามความต้องการระหว่างผู้กู้และผู้ปล่อยกู้

 

เพราะฉะนั้นยิ่งแพลตฟอร์มมีการใช้งานมากแค่ไหน ก็ยิ่งจะทำให้ผลตอบแทนของเรามากขึ้นเท่านั้น เช่นคู่เหรียญที่เป็นที่นิยมอย่าง BNB-USDT บนแพลตฟอร์ม Pancakeswap นั้นมีผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมมากกว่า 30% ต่อปีในบางเวลา เพราะมีปริมาณการซื้อขายสูง

 

ผลตอบแทนจาก Governance Token

ในหลายแพลทฟอร์มนั้นเมื่อเราเอาฝากเงินเข้าไปเป็นสภาพคล่องแล้ว ผู้ใช้งานจะได้สิ่งที่เรียกว่า LP Token ซึ่งเป็นเหมือนหลักฐานสัญญาบน Smart contract ที่เราฝากเงินเข้าไปในแพลตฟอร์มนั้นๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเอาเหรียญ LP Token นี้ไปทำการฝาก Stake ในแพลตฟอร์มต่อเพื่อรับเหรียญ Governance Token จากแพลทฟอร์มนั้นๆได้ ซึ่งตัว Governance Token นี้ก็มีมูลค่า ซึ่งเราสามารถขายได้ จึงนับเป็นผลกำไร Add-on ขึ้นมาจากค่าธรรมเนียมปกติที่เราได้

 

Note: การฝาก Stake คือการเปิด Contract ในรูปแบบหนึ่งที่อนุญาติให้แพลทฟอร์มสามารถเข้าถึง LP ของเราได้ โดยปกติแล้วในแพลตฟอร์ม DeFi ที่สร้างมาอย่างถูกต้องจะไม่ทำอะไรกับ Token ของเรา แต่มันจะมีความเสี่ยงในกรณีของแพลตฟอร์มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ

 

Governance Token มีค่าได้อย่างไร?

สิ่งที่น่าสนใจคือตัว Governance Token นี้มีมูลค่าได้อย่างไร? เพราะแน่นอนว่ามันสามารถเพิ่มผลตอบแทนได้ค่อนข้างมาก เรามาทำความเข้าใจวิธีการรักษามูลค่าของ Governance Token กันดีกว่า

 

Governance Token เอาไปทำอะไรได้บ้าง?

ถ้าอธิบายให้ง่ายที่สุดแล้ว Governance Token นั้นคือ “หุ้นที่ไม่มีการปันผล” เพราะการถือเหรียญ Governance Token นี้โดยส่วนมากแล้วคุณจะไม่ได้ผลตอบแทนใดๆจากแพลตฟอร์ม (เว้นแต่ฝากเป็นคู่เหรียญหรือเอาไป Stake) เนื่องจากผลตอบแทนทั้งหมดจากค่าธรรมเนียมนั้นถูกจ่ายให้แก่ผู้ที่ฝากเป็นสภาพคล่องหมดแล้ว แต่ส่วนที่ทดแทนกันคือมันสามารถนำมาใช้ในการโหวตได้

  • ถูกใช้ในการตั้ง Proporsal ในการเปลี่ยนแปลงระบบ
  • ในบางแพลตฟอร์มจะมี Reserve Fund ซึ่งเราสามารถใช้เหรียญ Governance Token ในการเสนอใช้เงินจำนวนนั้นได้
  • เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในแพลตฟอร์ม

กลายเป็นว่า Governance Token เหล่านี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ เราจะประเมินยังไงว่า “ความสามารถในการควบคุมเปลี่ยนแปลง Platform แต่ไม่ได้รับผลตอบแทน” ควรจะมีค่าเท่าไหร่กัน และนั่นทำให้เกิดความย้อนแย้งขึ้นมา เพราะถ้าเรามองว่าในเมื่อเหรียญไม่มีปันผล มันก็ไม่ควรมีค่ามากมาย แต่การที่มีเงินล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานจริง ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเหรียญ Governance Token ที่มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงเงินเหล่านี้ก็ต้องมีค่า

 

ทำความเข้าใจหลักการรักษาสมดุลราคาเหรียญของระบบ AMM

 

เรามาทำความเข้าในวิธีการกำหนดราคาของแพลทฟอร์ม Swap เหล่านี้ก่อน จากในบทที่แล้วเราจะได้เล่าคร่าวๆว่าแพลทฟอร์ม Dex แบบ AMM (automate maket maker) นั้นจะกำหนดราคาของเหรียญโดยอ้างอิงจากสัดส่วนของเหรียญทั้งสองด้าน

เพราะฉะนั้นมันแตกต่างจากกระดานเทรดทั่วไปที่เป็นแบบ Order Book ที่ราคาจะถูกกำหนดจากราคาที่ซื้อขายล่าสุด แต่เป็นอัตราส่วนของเหรียญไม่ว่าเหรียญนั้นจะมีจำนวนเท่าใด ยกตัวอย่างเช่นถ้าใน Pool หนึ่งมีเหรียญ X:USDT ในจำนวน 100 X:100 USDT นั่นแปลว่า X จะมีราคา 1 USDT ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับหากมี  X:USDT  ในจำนวน 10000 X:10000 USDT เหรียญ X ก็จะยังมีราคา 1 USDT คงเดิม

นอกจากนี้การซื้อขายด้วย AMM นั้นจะยังมีสิ่งที่เรียกว่า Price Impact อยู่ โดยระบบ AMM นั้นไม่เหมือน Order Book ที่เราสามารถตั้งราคาซื้อขายได้ การซื้อขายจึงเป็นการซื้อขายด้วยราคาเดียว แต่อย่างไรก็ตามมันก็จะมีปัญหาเรื่อง Volumn เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมันจะถูกควบคุมด้วยสมการ X*Y=K

ตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการซื้อ 100 USDC ใน pool uniswap ด้วย 100 Dai ที่มี 100 USDC:100 Dai มันจะกลายเป็นว่าเราจะได้เหรียญ USDC มาแค่ 50 USDC ที่เกิดจาก Price Impact  เพราะอย่างนั้นมันในทางเทคนิคแล้วเราจะไม่สามารถทำการซื้อเหรียญในข้างใดข้างหนึ่งจนหมด Pool ได้ และมันเป็นกระบวนการที่สามารถพยุงราคาเหรียญได้

 

การทำงานของฟาร์มซิ่งและการปั่นผลตอบแทน APY ด้วย Pool ของ Governance Token

 

ถ้าคุณได้ลองเข้าไปดูแพลตฟอร์ม DeFi อย่าง PancakeSwap และเข้าไปดูคู่ของ BNB-Cake คุณจะเห็นตัวเลข 40X ซึ่งมันหมายความว่าในคู่ BNB-Cake นี้แจกเหรียญ Cake เมื่อเทียบกับคู่เหรียญอื่นๆถึง 40 เท่าและจุดนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้แพลทฟอร์ม DeFi หลายๆแห่งสามารถทำผลตอบแทน APY ได้ถึง 100-1000% ต่อปี

เมื่อฟาร์ม DeFi ถูกสร้างขึ้น สิ่งที่ฟาร์มจะทำคล้ายๆกันคือการแจกเหรียญดังนี้

  • กำหนดจำนวนเหรียญ Governance Token ที่จะแจก
  • ทำการแจกเหรียญ Governance Token ลงใน Pool ต่างๆโดยให้อัตราส่วนในการแจกเหรียญในคู่ Governance Token ไว้มากกว่า คู่เหรียญอื่นๆ เช่นแจกเหรียญ Cake ในคู่ BNB-Cake มากกว่า Pool อื่นๆ 40 เท่า

ทีนี้นี่คือจุดที่ค่อนข้างเป็นกลไกที่เราอาจจะเรียกได้ว่ามันเป็น Money Game ดีๆนี่เอง เพราะเราอย่าลืมว่าเหรียญนั้นจะค่อยๆถูกปล่อยเท่ากับว่า Supply ของมันจะน้อยมากในตอนแรก และเนื่องจากมูลค่าเหรียญนั้นถูกกำหนดจาก Pool ของเหรียญคู่นั้นโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีเหรียญอยู่ใน Pool เท่าไหร่ เพราะมันคิดจากอัตราส่วนเท่านั้นซึ่งอาจจะเป็นจำนวนที่น้อย และเหรียญยังค่อยๆปล่อยๆมาเท่ากับว่าในช่วงแรกเหรียญจะมีจำนวนที่น้อยมาก

ด้วยจำนวนเหรียญที่น้อยทำให้การคงราคาเหรียญในช่วงแรกจึงไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก ทำให้เมื่อคำนวนราคาเหรียญกลับมาใน Pool ของ Governance Token มันจึงเป็นไปได้ที่ผลตอบแทนอาจจะสูงถึง 1000% ต่อปี ก็เป็นไปได้ เมื่อเทียบกับเหรียญที่ปล่อยออกมาตัวอย่างเช่น

  • Pool Cake-USDT จะปล่อยเหรียญออกมา 20000 Cake ต่อปี (ตัวเลขสมมติ)
  • ใน Pool มี 1000 Cake:1000 USDT เท่ากับว่าเหรียญ Cake = 1  USDT
  • นั้นเท่ากับ Pool นี้จะแสดงผลตอบแทนอยู่ที่ 20000/2000 = 1000% ต่อปี

เราจะเห็นว่าด้วยต้นทุนเพียงแค่ 2000 USD แพลทฟอร์มจะสามารถสร้างผลตอบแทนระดับ 1000% ได้สบายๆ และในบางกรณีหากแพลทฟอร์มนั้นแสดงผลตอบแทนแบบ APY แทน APR ซึ่งเป็นผลตอบแทนแบบทบต้น (โดยที่แพลตฟอร์มไม่ได้ทบต้นให้เราแต่อย่างใด) จาก 1000% มันจะกลายเป็น 1,925,283.27% ต่อปี อย่างน่าตกใจ

เพราะฉะนั้นมันจึงจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “แชร์” หรือการหมุนเงินในรูปแบบหนึ่ง เราจะเห็นว่าด้วยเงินจำนวน น้อยนิดเราสามารถสร้างตัวเลข APY ที่เป็นผลตอบแทนจำนวนมหาศาลได้ทำให้มีคนยอมซื้อเหรียญ Governace Token เพื่อเก็งกำไรหรือแม้แต่เพิ่มเป็น Liquidity เพื่อการซื้อขายเหรียญใน Pool นั้น ซึ่งเราจะเห็นว่ามันง่ายมากที่จะดันราคาเหรียญในช่วงแรกๆจากการที่ Liquidity มันน้อยมากๆ การซื้อเหรียญเพียงน้อยนิดก็เพียงพอแล้วต่อการดันราคาเหรียญ

แน่นอนว่ามีคนซื้อก็ต้องมีคนขาย APY ในช่วงแรกจึงอาจผันผวนได้มาก มันจึงเป็นจิตวิทยาว่าราคาเหรียญและ APY จำนวนเท่าไหร่ที่จะดึงดูดใจนักลงทุนได้มากพอ เมื่อเวลาผ่านไปซักพักใน Pool นั้นมี Liquidity มากขึ้นถึงจำนวนหนึ่งความผันผวนของมันจะลดลงจากการที่ Price Impact มันลดลงไม่ว่าจะซื้อหรือจะขาย นั้นเป็นเหตุผลที่ฟาร์มหลายๆเหรียญเปิดตัวด้วย APY ที่สูงและเมื่อเวลาผ่านไป APY กลับลดลงและราคาเหรียญเริ่มนิ่ง

 

ซึ่งถ้าโดยพื้นฐานแล้วในระยะยาวฟาร์มนี้จะมีผลตอบแทนที่น้อยลงเรื่อยๆ เพราะทุกคนต่างเข้ามาเพื่อต้องการทำกำไร ซึ่งก็ขึ้นกับว่าแพลตฟอร์มนั้นจะมีลูกเล่นอะไรให้คนคิดว่าจะมีอนาคตที่น่าสนใจ เช่นการเพิ่มลูกเล่นแปลกๆอย่าง NFT, Lottery, IFO, การลิสเหรียญลง Exchange หรือแม้แต่การประกาศ Partner กับแพลตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเหรียญต่อไป

 

4.5 2 votes
Article Rating
Article
Writer
การสมัครรับข้อมูล
แจ้งเตือนสำหรับ
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

Maybe You Like

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x