ยอดผู้เข้าชม : 49

Exchange Rate Again and Again อีกครั้งกับอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างที่ทราบกันดีว่า ค่าเงินของประเทศไทยแข็งตัวขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปี 2018 เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน ในเดือนตุลาคม 2019 เราเริ่มเห็นสัญญาณอีกครั้ง ว่าค่าเงินบาทกำไรแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เป็นจุดที่กำลังจะทดสอบตัวเองอีกครั้งที่ระดับ 30.20 บาท ต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มว่า อาจจะต่ำกว่า 30.00บาทต่อดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้

รูปอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อบาท USD/THB ใน investing.com

สิ่งที่นักเทรดคริปโตทุกคนกำลังจะเจอคืออะไร

สินทรัพย์ที่ถือครอง ต้องทำกำไรแข่งกับการเสื่อมค่าของเงิน ซึ่งนั่นอาจไม่ยาก เพราะคริปโตมีความผันผวนที่ส่งผลให้ทำกำไรชนะอัตราแลกเปลี่ยนบอยู่บ่อยครั้ง (ถ้าไม่ดอยจนกระโดดออกไม่ได้ซะก่อนนะ)

ในยุค ICOs Bubble ที่เป็นวิกฤตเปลี่ยนความมั่งคั่งในกระเป๋าใครหลายคนมาแล้วครั้งนึง ซึ่งกำไร ณ เวลานั้นมันมาก มากซะจนที่พวกเค้าไม่มองด้วยซ้ำว่าอัตราแลกเปลี่ยนไปทางไหน มีแค่ตัวเลขคาดการณ์คร่าวๆในใจ จะมาเห็นอีกทีก็ตอนที่จะเอาเงินออกมา ซึ่งบางครั้งอาจจะสายไปแล้ว เราอาจจะเสียทีให้กับอัตราแลกเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

ลองคิดตามดู

หากเรามีเงิน 330บาท เปลี่ยนเป็น 10ดอลลาร์ ที่อัตรา 33บาทต่อ1ดอลลาร์

  • หลังจากนั้นเราทำกำไรได้ 15% หรือก็คือ 1.5ดอลลาร์ ทำให้มีเงินทั้งหมด 11.5ดอลลาร์
  • แต่ค้นพบว่า ค่าเงินลดลง 15% เช่นกัน อัตราแลกเปลี่ยนเหลือ 28.05
  • เมื่อลองคำนวณเป็นบาทจะเท่ากับ 11.5 x 28.05 หรือก็คือ 322.575บาท
  • อ้าว กำไรตั้ง 15% ทำไมขาดทุนซะแล้วหล่ะ

ทิ้งสมการไว้ให้เผื่อใครชอบตัวเลข

(1+ Return of Investment ) * (1+Percent Change of Exchange Rate)
Return of Investment คืออัตราผลตอบแทน หากกำไร 15% ก็ใส่ 15% หรือ 0.15เข้าไป
Percent Change of Exchange Rate คือเปอร์เซ็นการเปลี่ยนของอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินอ่อนตัวแข็งตัวเท่าไหร่)
ถ้าเพิ่ม 10% ก็ใส่ 10% หรือ 0.10 เข้า แต่ถ้าลดลง 10% ก็ใส่ -10% หรือ -0.10 เข้าไป

ในเคสก่อนหน้าคือ (1+0.15) * (1-0.15) = 1.15*0.85 = 0.9775 หรือ 97.75%
ซึ่งหากเอา 330บาทมาแทนลงไปในสมการ 330 x 97.75 = 322.575 เท่ากับข้างบนพอดี

ดังนั้นสรุปได้ว่า
หากค่าเงินลดเท่าไหร่ คุณจะต้องทำกำไรให้ได้มากขึ้นเท่านั้น

Leave a Reply

Advertisment ad adsense adlogger