ยอดผู้เข้าชม : 682

Exchange กับสถานการณ์สุ่มเสี่ยงบนการแข่งขันอันโหดร้าย

ตลาดแลกเปลี่ยนคือแหล่งทำเงินแบบนึง หากคุณสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ อย่างเช่นที่ Bx.in.th นั้น เคยกระทำในอดีต แต่สิ่งที่อาจจะแตกต่างไปก็คือ รอบนี้คู่แข่งเพิ่มขึ้น และแต่ละทีมก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้น เช่นพี่ต้นจาก Bitkub เป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในวงการ ทั้งยังอยู่ในวงการมานานมากทำให้มีค่าประสบการณ์ที่สูงกว่านักเทรดมือใหม่ และคุณหนึ่ง ปรมินทร์ ที่เป็นผู้สร้าง Zcoin และเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลทางด้านการเขียนโค้ดและการเข้ารหัส ซึ่งเป็นที่มาของเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Zcoin ในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเจ้าของเว็บเทรด SatangPro ที่มาพร้อมกับระบบฝากเงินฉับไว และความปลอดภัยระดับ ISO 27001 ซึ่งแอดเห็นด้วยนะว่า ระดับเว็บเทรดที่มีความสามารถ ควรจะได้ใบรับรองความปลอดภัยระดับนี้แหละถูกแล้ว

1. ปัญหาเรื่องการฟอกเงิน

นี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Bx.in.th ต้องปิดตัวลง แอดไม่เชื่อว่าการนั่งนับเงินจะทำให้คนหมด Passion หรือแรงบันดาลใจได้ เว้นแต่กว่า Downside หรือจำนวนที่อาจจะเสียนั้นมากกว่า ทำให้ได้ไม่คุ้มเสีย ปิดตัวแล้วหิ้วเงินไปเสพสุขดีกว่า 

แอดค้นพบว่า ช่วงหลังตั้งแต่ปี 2017-2019 เหล่าแก็งแชร์ลูกโซ่เริ่มขนเงินผ่านคริปโตกันมากขึ้น แล้วรู้มาว่าส่วนมากเป็น Bitcoin ทำให้มีลูกข่ายจำนวนมากเริ่มขนเงินผ่านการซื้อบิทคอยน์ เพื่อจ่ายเงินให้แม่ข่าย ซึ่งมาจากสภาพคล่องของ Bitcoin(BTC) ที่สูงกว่าสภาพคล่องของคริปโตตัวอื่น ดังนั้นแม่ข่ายจะรับเป็น Bitcoin ซะส่วนมาก และการจ่ายเงินปันผล แม้จะคำนวณในรูปแบบของ USD แต่ก็จะทำการส่งมอบเป็น BTC (Bitcoin Settlement) แล้วลูกข่ายก็นำบิทคอยนที่ได้ มาแลกเปลี่ยนที่ Bx.in.th ก่อนจะแลกเงินบาทกลับเข้าบัญชี 

จะเห็นว่า DSI หรือหน่วยงานรัฐจะตามได้แค่เงินในบัญชี ซึ่งสามารถติดตามและตรวจสอบได้ (Tracking) ดังนั้นไม่แปลกเลยที่จะตามต่อไม่ได้ หากเป็นบิทคอยน์ Bitcoin(BTC) อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าตามไม่ได้ซะทีเดียว แต่ก็ยากเอาการ เพราะต้องมาลุ้นว่า บัญชีนี้ไป Cash out ออกที่ไหน หรือใช้สั่งสินค้าอะไร เพื่อไปส่งที่ไหน ถึงจะตามต่อได้ โดยที่ต้องไม่เกิดการ Swap Ownership หรือการแลกเปลี่ยนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ เพราะไม่งั้นจะตามยากขึ้นไปอีก

จะไม่ขอลงลึกในการทำ Swap Ownership และการทำ Taxing Management ทั้งหลาย
เพราะแอดไม่รู้เลยว่าทำยังไงได้บ้าง

แม้จะไม่มีการประกาศออกจาโดยตรง แต่เราก็พอคาดเดาได้ว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงระดับไหนขึ้นกับ Bx.in.th และแม้ว่าจะตลาดแลกเปลี่ยนอื่นยังไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่ก็อย่าพึ่งชะล่าใจ ไม่แน่ว่า แม่ข่ายอาจหาแหล่งฟอกเงินแห่งใหม่อยู่ก็ได้

2. ปัญหาเรื่องการแข่งขัน

หลังจากที่หน่วยงานรัฐ เริ่มอนุมัติใบอนุญาติที่ต่างๆ ทำให้เว็บเทรดเริ่มหลั่งไหลเข้ามา ส่วนมากเป็นทุนนอก แล้วเอาคนไทยมานั่งหิ้งซะด้วย ทั้งมาการให้ทุน มาโดยนอมินีมาบังหน้า มาด้วยตัวเองแล้วจ้างคนมาทำงานประกาศตัวเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะมาด้วยสาเหตุใด สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือ มันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ไม่ใช่ลูกค้า แต่คือคู่แข่ง

จุดวัดใจอยู่ตรงไหน

วันนี้ยักษ์ใหญ่อย่าง Bx.in.th ล้ม มาดูกันว่าใครจะเก็บส่วนแบ่งได้บ้าง ถ้า Bitkub หรือ SatangPro ที่เปิดมาก่อน แล้วดำเนินกิจการอยู่ เก็บส่วนแบ่งได้เยอะ ตลาดเหล่านี้จะได้ครองฐานเม่าต่อจาก Bx.in.th แต่ถ้าทำไม่ได้ จนกระทั่งตลาดแลกเปลี่ยนใหม่เข้ามา ถึงตอนนั้นก็อาจจะกลับเป็นสถานะเดิมก็เป็นได้

30Sep2019 จนถึงวันที่ตลาดแลกเปลี่ยนอื่นพร้อมเปิดแข่ง : Bitkub กับ SatangPro แย่งฐานลูกค้า

หลังตลาดแลกเปลี่ยนอื่นเปิดแข่งแล้ว : ทุกคนเข้ามาแย่งฐานลูกค้า จะกลายเป็น Ultra Red Ocean ในเวลาไม่นาน

Leave a Reply

Advertisment ad adsense adlogger